อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ยังไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
 
     
 
คนป่าเสียอารมณ์
เห็นพื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายทีใดให้รู้สึก ...คนป่าเสียอารมณ์... เมื่อไรหนอที่คนไทยส่วนใหญ่จะร่วมมืออนุรักษ์ป่าไม้กันอย่างจริงจังสักที...
 

.เห็นผืนป่าเคยอุดมสมบูรณ์ล้น
ถูกถางก่นแหลกยับกลับเสียหาย
ด้วยพวกโลภในชีวิตคิดทำลาย
เกิดหลากหลายอารมณ์ยากข่มใจ 

.ให้"หมองเศร้า"ตรอมตรมสมบัติชาติ
มาพินาศปี้ป่นสิ้นต้นไม้
ปวงประโยชน์คณานับอับเฉาไป
ยากประเมินความเสียหายเทียบได้นัก

.พา"หดหู่"สลดใจไร้ชื่นบาน
ขาดถิ่นฐานสำราญใจไว้ผ่อนพัก
ปวงสัตว์ป่าพาซมซานร้าวรานหนัก
แทบตายชักเดือดร้อนไปในชีวิต

.เกิด"วิตก"กังวลปนร้อนใจ
สิ้นป่าไม้ดินน้ำฟ้าพาวิกฤต
สิ่งแวดล้อมอาจเกิดผลมากมลพิษ
ที่ออกฤทธิ์กายจิตคนหมองหม่นไป 

.พา"ทดท้อ"ต่อสิ่งดีที่เคยหวัง
ใช้พลังสร้างสรรค์งานป่าไม้
แม้ลำเค็ญเหนื่อยยากสักปานใด
ทุ่มเทให้หลายสิบปีที่ผ่านมา 

.ชัก"หงุดหงิด"หลายพื้นที่ที่พบเห็น
ต้องลำเค็ญคนชั่วร้ายทำลายป่า
ชี้ให้เห็นสอนเท่าไรไม่นำพา
เอือมระอาพวกแสนแย่เห็นแก่ตัว

.ทั้ง"แค้นใจ"ให้โมโหโกรธานัก
เวรกรรมจักย้อนคืนให้เห็นไปทั่ว
ยิ่งพวกรวยคิดแต่ได้ใจเมามัว
ก่อกรรมชั่วบุกป่าไม้ไม่เคยพอ

.แสนเป็นห่วงลูกหลานในวันหน้า
วอนหันมาร่วมมือกันวันนี้หนอ
รักษ์ป่าไม้กันเสียทีอย่ารีรอ
หวังเกิดก่อประโยชน์ให้ไทยทุกคน


.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com

แรงดลใจ: เคยเดินทางจากแพร่ไปน่านเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 ซึ่งอาศัยนั่งรถปิคอัพของกรมป่าไม้ โดยการขับลัดเลาะไปบนถนนที่คดเคี้ยวตามไหล่เขาอย่างระทึกใจ เพราะผ่านหุบห้วยและเหวหลายแห่งมาก ต้องใช้ระยะเวลาราว 3 ชั่วโมงของระยะทางราว 130 ก.ม. กับทั้งขากลับกรุงเทพฯได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิต เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก ที่ต้องมาเปลี่ยนเครื่องใหญ่ที่พิษณุโลก ทั้งนี้โดยการเอื้อเฟื้อของป๋าธานี ภมรนิยม(วน.15) ซึ่งตอนนั้นเป็นป่าไม้เขตแพร่ ที่ได้พาไปเที่ยวชมสภาพป่าไม้ที่น่าน ซึ่งให้รู้สึกประทับใจมากเพราะสองข้างถนนที่ผ่าน รวมทั้งทิวทัศน์ที่มองจากเครื่องบินลงมา พบว่าพื้นที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มากเหลือเกิน

หลังจากนั้นราวปี พ.ศ.2532 ได้มีโอกาสไปตลุยเมืองน่านอีกครั้ง โดยการออกไปติดตามการปลูกป่าชุมชนของกรมป่าไม้ในหลายอำเภอ พบว่าเริ่มมีการปรับปรุงเส้นทางการเดินทางที่ทำให้ลดการคดเคี้ยวและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็พบว่าพื้นที่ป่าไม้เริ่มถูกบุกรุกทำลายเพิ่มขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ.2549 ได้ใช้เวลาหลายวันในการลงเก็บข้อมูลการวิจัยป่าชุมชนในหลายพื้นที่ของน่านฝ พบว่าพื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุกเสียหายที่ยับเยินอย่างเหลือเกิน และในปี พ.ศ.2560 ออกติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างป่าสร้างได้ในหลายอำเภอ ยิ่งพบว่าพื้นที่ป่าไม้ลดน้อยลงไปทุกที จนมีสภาพเขาหัวโล้นอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งหากเทียบกับปี พ.ศ.2526 แล้ว ต่างกันราวฟ้ากับดินที่เดียว

จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมป่าไม้แล้วพบว่าพื้นที่ป่าไม้ช่วงปี พ.ศ.2526-2560 ของจังหวัดน่านนั้นลดลงไปกว่า 1 ล้านไร่ทีเดียว ซึ่งทุกครั้งที่เห็นพื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายทั้งในน่านและจังหวัดอื่นๆ ให้มีความรู้สึกเสียอารมณ์ในหลายรูปแบบ ที่คาดว่าไม่น่าแตกต่างจากชาวป่าไม้คนอื่น เห็นใจพวกเราชาวป่าไม้ที่ต้องเผชิญความยากลำบากในหลายด้าน ที่บางครั้งอาจต้องเสี่ยงกับชีวิตของตนเอง เพื่อการปกปักรักษาพื้นที่ป่าไม้ไว้ให้เอื้อประโยชน์ทางตรงและอ้อมแก่ส่วนรวม ในขณะที่กลุ่มคนซึ่งเห็นแก่ตัวพยายามทำลายและยึดครองพื้นที่ป่าไม้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้อง อีกเม่ือไรไม่รู้ที่คนไทยส่วนใหญ่จะหันมาร่วมมือกันอนุรักษ์ป่าไม้อย่างจริงจังกันสักที


Last updated: 2022-03-27 22:27:32


@ คนป่าเสียอารมณ์
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ คนป่าเสียอารมณ์
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
124

Your IP-Address: 44.201.94.72/ Users: 
123