รักตนเอง รักครอบครัว รักองค์กร
 
     
 
ไฉน.."ต้อยติ่ง(เลิก)อิงไพร"
น่าเห็นใจสาวเหลือเกิน ที่จำใจต้องอยู่ในอาการ .."ต้อยติ่ง(เลิก)อิงไพร"... ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคง ปิดฉากตำนานรักกับหนุ่มชาววนกร...
 

.อนาถนักคนบุญน้อยโอ้"ต้อยติ่ง"
อาภัพยิ่งต่ำต้อยเป็นเช่นต้นหญ้า
บ้านขัดสนจนเป็นสาวเศร้าเรื่อยมา
วาสนาชะตาช้ำต่ำเตี้ยดิน 

.ค่าแรงน้อยลูกจ้างงานด้านป่าไม้
เพาะชำกล้าปลูกป่าไปเหนื่อยไม่สิ้น
แสนรันทดอดเรียนต่อน้ำตาริน
อาหารหลักผักท้องถิ่นกินอยู่ไป 

.เหมือนได้ฝนหล่นตอนกลางร้อนแล้ง
เมื่อฟ้าแกล้งส่งเปลี่ยนมาหัวหน้าใหม่
หล่อ-เท่-ดีนักวิชาการป่าไม้
โลกความจริง"ต้อยติ่ง"ไม่เจียมใจตัว 

.หลงท่าทีกิริยาพาปลื้มยิ่ง
เก็บต้อยติ่งม่วงงามตาพายิ้มหัว
โปรดปรานแท้ปักแจกันเฝ้าพันพัว
ใจระรัวต่อ"ต้อยติ่ง"น้องหญิงนัก 

.เขาคงล่วงรู้ความในหัวใจสาว
มอบหลายคราวม่วงต้อยติ่งแฝงอิงรัก
ทั้งแซมผมเย้าหยอกไปใฝ่ถามทัก
รอประจักษ์เปิดเผยใจได้เคียงกัน 

.เพียง"ต้อยติ่ง"กริ่งเกรงใจในความต่าง
ด้วยช่องว่างทุกมิติที่พรหมสรรค์
เปรียบต้นหญ้าแซมป่าไพรให้ประหวั่น
ม่วงดอกน้อยต้อยต่ำชั้นสีสันพง

.หากสัมพันธ์ฝันเติมเพิ่มกว่านี้
ยากเหลือดีที่ตัดใจแสนใหลหลง
ไม่อยากถ่วงอนาคตเขาลดลง
ตัดใจปลงหวังไพรมีสิ่งที่ควร 

.เก็บต้อยติ่งกลีบม่วงหม่นบนมวยผม
ไว้ชื่นชมแม้ตรมใจไห้กำสรวล
สาว"ต้อยติ่ง"หนีหน้าพาคร่ำครวญ
ไม่ขอหวนคืนหนทางกลางไพรงาม

 

.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com

แรงดลใจ: ตอนเข้าเรียนคณะวนศาสตร์เมื่อปี พ.ศ.2520 เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในคณะถึง 3 ด้านตามความคิดเห็นส่วนตัว

-ด้านแรกได้แก่การรับนิสิตหญิง เข้ามาเรียนวนศาสตร์เป็นครั้งแรกของคณะ ซึ่งเดิมรับแต่นักเรียนและนิสิตชายมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2479 อันเป็นปีแรกที่มีการจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้นมาที่จังหวัดแพร่ โดยนับเป็นรุ่นที่ 43 ที่มีนิสิตชาย 100 คน และนิสิตหญิง 19 คน เพราะสละสิทธิ์ไป 1 คนที่น่าสนใจว่าทำไมจึงเปลี่ยนใจกะทันหันไม่ยอมรายงานตัว

-ด้านต่อมาได้แก่การสร้างตึกเทียม คมกฤสซึ่งเป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่มาก(ในขณะนั้น) เมื่อเทียบกับอาคารเดิมที่มีทั้งในคณะวนศาสตร์และในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนนิสิต การปฏิบัติงานของคณาจารย์หลายภาควิชา และการบริหารจัดการคณะ โดยเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของคณบดีและทีมงาน

-ด้านสุดท้ายได้แก่การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีของคณะครั้งใหญ่ จากที่มีเพียง 2 ภาควิชา เป็น 6 ภาควิชา คือ การจัดการป่าไม้ วนผลิตภัณฑ์ ชีววิทยาป่าไม้ วิศวกรรมป่าไม้ อนุรักษ์วิทยา และวนวัฒนวิทยา ที่เปิดโอกาสให้นิสิตเลือกเรียนตามความชอบของตน หลังจากเรียนวิชาทั่วไปและพื้นฐานใน 2 ปีแรก

ในตอนนั้นเลือกเรียนทางด้านวนวัฒนวิทยาที่เน้นการปลูกและบำรุงรักษาป่า ด้วยเหตุว่าพื้นที่ป่าไม้ของประเทศเหลืออยู่ประมาณ 34% ของพื้นที่ประเทศ ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในนโยบายป่าไม้แห่งชาติถึง 6%หรือประมาณเกือบ 20 ล้านไร่ ที่ต้องการการปลูกสร้างสวนป่าโดยเร่งด่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่ท้าทายให้ดำเนินการตามความรู้สึกในขณะนั้น นอกจากนี้จากประสบการณ์ที่ได้ไปศึกษาดูงานและการไปเยี่ยมเยียนรุ่นพี่ตามสวนป่าหลายแห่ง ยิ่งกระตุ้นความสนใจที่ก้าวเดินไปในเส้นทางนี้เป็นอย่างมาก

ชาววนศาสตร์ที่จบออกไปทำงานตามสวนป่าต่างๆในอดีต มักเลี่ยงไม่พ้นในการสร้างตำนานรักกลางป่าในรูปแบบต่างๆ  ด้วยเพิ่งเรียนจบออกมาที่กำลังห้าวหาญในวัยฉกรรจ์ รวมทั้งการสนองความต้องการของร่างกายตามธรรมชาติ เมื่อได้เผชิญกับสาวงามในบรรยากาศที่แสนดี อันเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากทีเดียวของหนุ่มป่าไม้กับสาวอาชีพอื่นในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณครูและพยาบาล รวมทั้งสาวชาวบ้านที่มีโอกาสพบปะมากมายในพื้นที่ ซึ่งก็มีทั้งความหวานชื่นที่ครองคู่อยู่ด้วยกันตลอดมา และความทุกข์ระทมใจที่ต้องร้างลากันไปตามพรหมลิขิต



Last updated: 2021-06-12 07:04:04


@ ไฉน.."ต้อยติ่ง(เลิก)อิงไพร"
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ไฉน.."ต้อยติ่ง(เลิก)อิงไพร"
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
266

Your IP-Address: 3.236.18.161/ Users: 
262