จงมองผู้ใต้บังคับบัญชาว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถอยู่เสมอจงหาความสามารถของเขาให้พบ
 
     
 
เสพป่า
โชคดีเหลือเกินที่เป็นวนกร จึงมีความสุขจากการ...เสพป่า... ในหลายรูปแบบ จึงเชิญชวนทุกท่านได้หาโอกาสสัมผัสบ้าง เพื่อจักได้ตระหนักถึงคุณค่าของป่ามากขึ้น
 

•ผ่านสุขทุกข์ร้อนหนาวนานยาวนัก

ใจตระหนักหลงใหลได้"เสพป่า"

พาแช่มชื่นรื่นรมย์สมอุรา

สร้างชีวิตชีวาฟันฝ่าไป

 

•เสน่ห์ป่าแต่ละที่ต่างลีลา

ต้องเสาะหาเลือกสรรการเสพได้

ตามห้าด้านใช้ประสาทสัมผัสใจ

คละเคล้าไฟปรารถนาแต่ละคน

 

•เหล่าสีสันพืชพันธุ์ไม้ในแนวป่า

ต่างสวยสดงดงามตาพาฉงน

ทั้งเมฆหมอกหินผาล้วนน่ายล

ชวนเผลอตนใฝ่คะนึงตะลึงแล

 

•เสียงลมพัดแกว่งไกวใบไม้ไหว

น้ำตกไหลเลาะฝั่งดังเซ็งแซ่

นกกาไก่กบเขียดร้องก้องดวงแด

วิเวกแท้เที่ยวฟังวังเวงใจ

 

•กลิ่นป่าเย้าเคล้าดินประทิ่นฝน

ลอยปะปนอบอวลมวลดอกไม้

หอมพืชพรรณมากล้นผลกิ่งใบ

อีกกลิ่นไอสัตว์ป่านานาพันธุ์

 

•ได้ลองลิ้มชิมของป่าพาติดใจ

สมุนไพรให้เกิดคุณค่ามหันต์

เพียงปรุงแต่งกรรมวิธีที่ดีกัน

รสอนันต์พลันปลื้มลืมไม่ลง

 

•อากาศหนาวน้ำแร่อุ่นกรุ่นผิวเนื้อ

ยะเยือกเหลือลำธารว่ายชวนใหลหลง

เย็นน้ำค้างพร่างนภากลางป่าดง

พาพะวงห่วงหาประทับใจ

 

•เลือกสัมผัสคัดสรรการ"เสพป่า"

จะซึ้งค่าระลึกคุณเกื้อหนุนให้

คือประโยชน์มหาศาลตระการไป

จักนำพารักษ์ป่าไม้หมายผูกพัน

ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com

แรงดลใจ:

คนเราย่อมมีความซาบซึ้งในคุณค่าของภาพที่งดงาม ไพเราะ หอมหวล รสชาติอร่อย และความรื่นรมย์ ของธรรมชาติที่แตกต่างกัน ซึ่งความรู้สึกซาบซึ้งในคุณค่าดังกล่าวนี้ย่อมมีผลจากการเจริญวัยที่ผ่านประสบการณ์ การสั่งสอน การศึกษาอบรม การเรียนรู้ หรือการฝึกฝน จนเป็นอุปนิสัยเกิดขึ้นเป็นรสนิยมตามตัวบุคคล น่าเรียกได้ว่าเป็นสุนทรียภาพทางอารมณ์ เป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาหนึ่งความรู้สึกดังกล่าวนี้อาจพาให้เกิดอาการลืมตัวหรือเผลอใจต่อความสุขที่ได้รับ ความรู้สึกนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อันเนื่องจากความต้องการและบริบทต่อวิถีความเป็นอยู่ที่แปรผันไป

ความรู้สึกของคนโดยทั่วไปมีประสาทสัมผัส คือ การเห็นด้วยตา การได้ยินเสียงทางหู การได้กลิ่นทางจมูก การลิ้มรสชาติทางปาก และการถูกต้องสัมผัสทางผิว เป็นประสาทสัมผัส 5 ด้าน ที่รู้จักกันดี อันช่วยก่อให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ทั้งทางบวกและลบในระดับต่างๆ แน่นอนที่สุดของคนในยามปกติ ก็คือ คนย่อมไขว่คว้าหรือแสวงหาความรู้สึกที่สุนทรีทางอารมณ์สำหรับตน เพื่อตอบสนองความสุขให้ตัวเองทางประสาทสัมผัสด้านใดด้านหนึ่ง  หรือหลายด้านผสมผสานกันไปตามที่ใจมุ่งมาดปรารถนา ซึ่งเป็นรสนิยมของคนที่แตกต่างกันตามความสมัครใจส่วนตัว ที่ไม่สามารถบังคับให้ชอบเหมือนกันได้

การที่คนแสวงหาความสุขจากการท่องเที่ยวป่าหรือธรรมชาติจึงมีวิถีที่หลากหลาย ในการเลือกเสพสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ทำให้ไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่า "ทำไมต้องไปดูทิวทัศน์และป่าสนที่ภูกระดึง" "ทำไมต้องไปนอนฟังนกในบึงร้องที่ทะเลน้อย" "ทำไมต้องไปสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ดงฟ้าห่วน" "ทำไมต้องไปกินใบชะครามในป่าชายเลนที่บ้านยี่สาร" "ทำไมต้องไปนอนสัมผัสอากาศเย็นช่วงฤดูหนาวตามดอยในภาคเหนือ" ทั้งนี้ยังมีคำถามอีกมากมาย ที่บางครั้งหลายคนอาจไม่สามารถอธิบายออกมาได้เป็นคำพูด เพียงแต่คำตอบสั้นๆที่สรุปได้ ก็คือ การมีความสุขที่ได้รับจากกิจกรรมเหล่านั้นนั่นเอง กับทั้งประเมินแล้วว่าคุ้มค่ากับการใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมทั้งเวลาที่ต้องสูญเสียไปอีกด้วย

จึงเห็นได้ว่า ป่าไม้นอกจากมีคุณค่ามหาศาล ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่รับรู้กันทั่วไปแล้ว ยังมีคุณค่าต่อสุนทรียภาพทางอารมณ์ของผู้คนเป็นอย่างยิ่ง อันเป็นการตอบสนองประสาทสัมผัส ก่อให้เกิดความสุขนานับประการ ที่ไม่สามารถประเมินออกมาเป็นมูลค่าทางการเงินได้ง่าย ใคร่ขอเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ควรได้หาโอกาสไปเสพป่า ตามที่ตัวเองชมชอบในด้านใดด้านหนึ่ง(ที่มักได้รับการตอบสนองต่อประสาทสัมผัสหลายด้านคละเคล้ากันไป) เชื่อได้ว่าจะทำให้เกิดความรักและผูกพันกับป่าไม้มากขึ้น เพียงแต่ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อความสมบูรณ์ของการเสพป่านั่นเอง


Last updated: 2018-07-29 14:16:38


@ เสพป่า
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ เสพป่า
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
714

Your IP-Address: 54.165.57.161/ Users: 
713