If you can dream it, you can do it = ถ้าคุณฝันได้ คุณก็ทำได้
 
     
 
ลูกนนทรี
นนทรีกำลังแรกผลิ ไม้ใบจะสวยงามตา อยู่ชั่วนาตาปี สีไม่มีโรยรา เขียวขจีสดใส ชื่นหัวใจเกษตรทุกครา...
 

พ.ศ.  2521….

                ..........วันนี้รู้ตัวได้เลยว่าขับรถส่ายไปส่ายมา  มันหาใช่ทางคดเคี้ยวของถนนไม่  ถ้าเป็นภาวะปกติหรือในตอนกลางวันใช่แน่เพราะถนนสาย  เชียงราย – แม่สรวยมันมีระยะทางเพียง  50  กิโลเมตร  แต่ข้าพเจ้านับโค้งข้อศอกตลอดเส้นทางแล้วได้  69  โค้งอันตราย  ข้างทางเป็นแม่น้ำสายที่เป็นแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งของเมืองเชียงราย  มันคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปยังอำเภอแม่สรวยที่ผมทำงานอยู่  ในสมัยนั้นดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยจัดการป่าไม้ที่  ชร.9  (แม่สรวย)  วันนี้หลังจากติดต่อราชการที่สำนักงานป่าไม้เขตเชียงรายแล้วได้นัดสหพรรคพวกอันได้แก่เพื่อนช้าง  เพื่อนณรงค์  อุทยารัตน์  หัวหน้าหน่วยต้นน้ำ  เพื่อนเหนียว  นิรมิต  จตุปา  หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า  ในท้องที่  อำเภอแม่สรวย  ไปร่วมดื่มเฉลิมฉลองที่ได้มาเจอกันตามภาษาคอเหล้าเขาว่าพวกหาเรื่องกิน  มันไม่มีเหตุผลจะอ้างเพราะมันกินกันทุกวันอยู่แล้ว  หาเหตุผลมาหักล้างไปข้างๆ  คู ๆในรถที่ขับมาเพื่อนเหนียวและเพื่อนณรงค์  หลับกรนสนั่นหวั่นไหว   ยิ่งกว่าเสียงคลื่นสึนามิเสียอีก  และแล้วรถก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเพราะโซดามันกระตุ้นกระเพาะปัสาวะของข้าพเจ้าให้แล้ว  พอดีกับมาถึงจุดเก่าที่เดิมเวลาเดิม  คือป้อมยามของตำรวจทางหลวงที่มาตั้งไว้เพื่อคอยดูแลสารทุกข์ของผู้เดินทาง  ซึ่งเป็นตู้ยามที่มีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  มาประจำเข้าเวรคืนละหนึ่งคน  ตู้นี้ห่างจากแม่สรวยประมาณ  20  กิโลเมตร  มันตั้งอยู่ในที่เปลี่ยวพอสมควรดีแต่ว่าห่างจากหน่วยงานป่าไม้คือหน่วยจัดการป่าไม้ที่  ชร.10  ไม่ถึงกิโลเมตรพอจะมีเพื่อนอยู่บ้างหากมีปัญหาอะไร  ภายในป้องยามเล็ก ๆ  แห่งนี้ข้างในมีเตียงนอนเล็กขนาดพอนอนได้อยู่หนึ่งตัวสำหรับด้านนอกนั้น  มีตะเกียงรั้วจุดไว้ตลอดทั้งคืนด้านหน้าเปิดเป็นช่องให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในได้  พอรถข้าพเจ้าหยุดหน้าป้อมได้ยินเสียงขลุกขลักแสดงว่ามีเจ้าหน้าที่  ข้าพเจ้าจึงได้ลงจากรถเดินไปที่ด้านหน้าป้อมแล้วตะโกนเรียกเบาๆ  

                “พี่จ่า  หลับอยู่หรือเปล่า  ผมทศ  ขออนุญาตยิงกระต่ายข้างป้อมหน่อยนะครับ”

                “คุณทศเหรอ  ตามสบาย  กลับดึกตามเคยนะเรา  ใครมาเป็นเพื่อนคราวนี้”

                “เจ้าเก่าและพี่จ่า  เจ้าเหนียว  กับเจ้าณรงค์  นอนหลับกรนกันอยู่ในรถนั้น  ปลุกยังไงก็ไม่ตื่นคืนนี้ 

  หนักไปหน่อย  ผมมีผัดไทยกับไอ้เจ้าน้ำเปลี่ยนนิสัยมาฝากพี่จ่าตามเคย”

“ขอบคุณมาก  วางไว้บนระเบียงนั้นแหละขอบคุณมากนะ  ขับรถดีๆก็แล้วกันคืนนี้หมอกลงจัด  ถนนลื่น”

                เมื่อข้าพเจ้าจัดการกับการกำจัดน้ำในร่างกายเสร็จสิ้นแล้วไม่อยากรบกวนเวลานอนของพี่จ่าจึงเดินไปที่รถสตาร์ทเครื่องแล้วตระโกนบอกอำลาพี่จ่าที่รักของผม  ขณะที่ขับรถกลับนั้นตัวเองรู้สึกว่าสร่างเมาแล้ว 

                นั่งนึกคำนึงถึงพี่จ่าถึงคืนหนึ่งนั้น  ข้าพเจ้าเคยเมามากขับรถกลับหน่วยเห็นว่าแย่แน่ขับรถต่อไปไม่ไหวจึงขับเข้าไปจอดที่ข้างป้อมยามของพี่จ่า  จอดรถนั่งหลับอยู่ในรถในตอนนั้นยังไม่รู้จักพี่จ่าก็ได้พี่แกนี้แหละมีน้ำใจพยุงข้าพเจ้าไปนอนในป้อมยามกับแก  พี่จ่าแกได้สละผ้าห่มให้หนึ่งผืนนอนจนสว่างพี่จ่าแกยังต้มกาแฟเลี้ยงอีกหนึ่งแก้ว  ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถลืมน้ำใจของพี่จ่ามาจนบัดนี้  พี่จ่าแกเป็นคนมีน้ำใจมากโดยกำเนิดแล้ว  แกเป็นตำรวจทางหลวงประจำเส้นทางอายุอานามประมาณ  40  เศษ  มากกว่าข้าพเจ้าเกือบรอบ  แต่เราก็คบกันได้ใจถึงใจ  เพียงแต่พี่จ่าบ่นว่าอยากกินอะไรเมื่อข้าพเจ้ากลับมาดึก ๆทีไรจะต้องติดไม้ติดมือมาฝากโดยตลอดและข้าพเจ้า  กับเจ้าเหนียว  เจ้าณรงค์  ประเภทขี้เหงาเหมือนกันก๊งเหล้าบ้านเจ้าเหนียวทีไรเจ้าณรงค์มักเสนอพากันไปเที่ยวเชียงรายแทบทุกอาทิตย์  จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพี่จ่ามั่นคงถาวรยิ่งขึ้น  พี่จ่าอยากได้พรรณไม้อะไรไม่ว่าเป็นพืชสวนพืชไร่ข้าพเจ้ามักจะพยายามหามาฝากเสมอ  เจอกันที่ร้านเฮียเคี้ยงในตลาดแม่สรวยทีไรข้าพเจ้าต้องพยายามหาทางเลี้ยงตอบแทนตลอดเวลา  พี่จ่าแกถึงเป็นทั้งเพื่อนและพี่ในขณะเดียวกัน  พอไปถึงบ้านเจ้าเหนียวที่อำเภอแม่สรวยก็ปลุกให้ทั้งคู่ขึ้นไปนอน  ข้าพเจ้าขี้เกียจขับรถกลับหน่วยจึงได้อาศัยบ้านเจ้าเหนียวนอนเป็นประจำจนครูผ่อง  เมียเจ้าเหนียวต้องจัดที่นอนไว้ให้ และตอนเช้าก็ทำกับข้าวให้กินอีก  เจ้าเหนียวมันโชคดีจริงภรรยาไม่เคยบ่น  พวกเราชักเกรงใจแต่เมามาทุกทีก็ดื้อไม่หายเช่นกันดีที่เพื่อนเหนียวยังไม่มีลูกเหมือนคนอื่นไม่อย่างนั้นเราคงไม่กล้าประพฤติตัวให้ลูกๆเห็นเป็นแน่  เพื่อนเหนียวที่รัก  กันไม่มีอะไรจะให้เพื่อนยามอยู่ห่างกันเช่นนี้  จึงขอฝากตัวอักษรนี้เป็นบรรณาการแทนใจก็แล้วกันช่วงชีวิตหนึ่งได้อาศัยเพื่อนทั้งกายและใจ...............มีโอกาสเมื่อไหร่จะไปตอบแทนเพื่อนด้วยการรบกวนเพื่อนอีกเรามันแม่เดียวกัน  นายไม่ต้องสงสัยนะก็แม่นนทรีอย่างไรละ.......!?

                ………..วันนั้นเป็นวันอะไร  วันที่เท่าใด  เดือนอะไรจำไม่ได้แล้ว  แต่มันเป็นวันหนึ่งในชีวิตที่ข้าพเจ้าจำมันได้จนวันตายเพราะวันนั้นมันเป็นบ่ายแก่ๆ  ประมาณได้ว่าเกือบสี่โมงเย็นแล้ว  เมืองเชียงรายยิ่งในอำเภอรอบนอก  แล้วอากาศยามนี้หมอกเริ่มลงแล้วขาวโพลนไปทั่วท้องฟ้า  ดูไปเหมือนหมอกควันที่มันถูกจุดขึ้นโดยไฟ  แต่หมอกที่เกิดจากควันมันเต็มไปด้วยมลภาวะ  สำหรับหมอกแห่งธรรมชาติย่อมเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์  เย็นฉ่ำเต็มไปด้วยความชื่นใจสดใสยิ่งนัก  ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเทผักบุ้งไฟแดงที่เพิ่งลงกระทะไปเมื่อครู่ลงไปจานที่เตรียมไว้บรรจุ  พลันเหลือบมองไปที่หน้าหน่วยเห็นรถปิกอัพ  ออกจะใหม่คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาที่หน่วย  หยุดแล้วมีชายผู้หนึ่งลงจากรถเดินขึ้นไปที่หน่วยคงสอบถามกับน้าเงินภารโรงทราบว่าข้าพเจ้าทำอาหารอยู่ใต้ถุนบ้านคนงานสามครอบครัว  หนุ่มนิรนามจึงได้เดินปรี่ตรงมาที่ตั้งของข้าพเจ้า.... 

                ...พอภาพเข้ามาใกล้คลองจักษุ  ข้าพเจ้าจำได้ทันที  เข้าละ  สวัสดิ์  นุพงษ์  เพื่อนร่วมหอ  16  เคยู  รุ่น  28  และที่หอ  16  มีไม่กี่คนเพราะเป็นหอเล็กพวกเราสนิทสนมกันมาก  แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้กันทั้งหอ  อดที่จะกล่าวถึงไม่ได้  เพื่อนอรุณชัย  สมพงษ์  ตอนนี้ใหญ่โตอยู่การประปานครหลวง  เพื่อนสุชิน  พุ่มอิ่ม  ปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานี  สุเมธ  ตันติกุล  อดีตประมงจังหวัด  เพื่อนโกวิท  ปัญญาตรง  มหามิตรเป็นใหญ่อยู่กรมอุทยานเป็น  ผอ.  สำนักไปแล้ว  เพื่อนน่อง วัฒนะใจงาม  เพื่อนวีระศักดิ์  วงษ์สมบัติเป็นใหญ่เป็นโตอยู่กรมอาชีวะ  เพื่อนวิทยา  นราธัศจรรย์เจ้าของโรงแรมไดแนซตี้  เพื่อนถวิล  รักษ์ทองบุคคลที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกสองคนต้องขออภัย  แต่ที่ลืมไม่ได้เจ้าของเสียงนกกระปูดตาแดง  น้ำแห้งก็ตาย  เพื่อนวีระวัฒน์กุลสิงห์  เกษตรจังหวัด  มีแต่ข้าพเจ้าเท่านั้นยังเป็นข้าราชการต๊อกต๋อยของกรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  แต่หาได้น้อยใจไม่เพื่อน  “หวัด”รีบจ้ำมาหาข้าพเจ้ามือขวาถือขวดน้ำสีอำพันมาขวดหนึ่ง  ไอ้เจ้าน้ำชนิดเดียวกันมันถูกตั้งไว้บนโต๊ะอาหารของข้าพเจ้าแล้วครึ่งขวด  เพราะวันนี้รู้สึกเหงาปาก  เลยจัดหามาเป็นผงชูรสของอาหารเย็น  เมื่อเพื่อนสวัสดิ์ ๆมาถึงตรงเข้ามาจับมือแล้วเริ่มวิสาสะทันที.......

                “เฮ้ย  นารถ  นายมาอยู่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

                “เราย้ายมาจากอุบลฯ  ได้ปีกว่าแล้ว  แล้วนายไปอย่าไงมาอย่างไงนี้ถึงได้มาถึงนี้”

                ข้าพเจ้าตอบคำถามเจ้าหวัดไปแล้วทำให้นึกว่ามีเจ้าหวัดคนเดียวในหอ  16  ของเราที่เรียกชื่อเล่นของข้าพเจ้าที่จริงยังมีอีกคนคือเจ้าแก่อรุณชัย  สมพงษ์  เพราะส่วนใหญ่จะเรียกไอ้ทศ  เสียส่วนมาก

                “มาเยือนนายว่ะ  รู้ว่านายอยู่ที่นี้เป็นทางผ่านพอดี  และมีเรื่องจะขอบใจนายด้วย”

                ข้าพเจ้าเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าหวัดจะมาขอบใจเราด้วยเรื่องอะไรตั้งแต่จบมาเกือบ  5  ปี  ไม่เคยเจอกันเลยชักผิดปกติแล้ว  แต่มารยาท  ต้องต้อนรับกันก่อน............

                “เฮ้ยหวัดเอาธรรมเนียมจีนก่อนแล้วกันเจี้ยะให้อิ่มท้องก่อนแล้วค่อยคุยกัน  หรือจะเอาธรรมเนียมไทยก็ได้เจี้ยะไปคุยไป  เอานั่ง บูรณ์  เอาแก้วมาเพิ่มวันนี้มีแขกสำคัญต้องฉลองกันหน่อย”

                “นารถ  เราเอามาฝากนาย  1  ขวด  ไม่ได้ตั้งใจเลยไปคว้ามาจากตลาดแม่สรวยไม่อย่างนั้นจะหาไอ้ที่มันนิ่มนวลกว่านี้ให้  ไม่นึกว่านายอยู่นี้”

                ข้าพเจ้าสั่งลูกน้อง  คือ  สมบูรณ์  โกช่าง  พนักงานป่าไม้  2  เป็นลูกมือในการทำครัวมื้อนี้  ผักของเราสดจริงเพราะปลูกเองในหน่วยไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง  ผักคะน้าน่ากินทั้งนั้น..........ขณะที่เราชงไอ้น้ำเปลี่ยนนิสัยแจกกันอยู่นั้น  เจ้าหวัดเริ่มเล่าเรื่องราวต่างให้ฟังมันพรั่งพรูออกจากปากของมันอย่างกับฝนเดือนหกเทลงไม่ขาดสาย........

                “เฮ้ยนารถ  เราเกือบติดคุกเชียงรายแล้วว่ะ  กันขับรถมาพอถึงก่อนทางโค้งป่าไม้ของพวกนายมีรถทางหลวงจอดอยู่เรียกให้เราหยุดเพื่อขอตรวจ  อันดับแรกขอดูใบอนุญาตขับรถ  ต่อมาขอให้เราลงจากรถเพื่อตรวจค้นรถ  เขาแจ้งว่ามีคนชอบมาลำเลียงยาเสพติดผ่านตลอด  กันลงจากรถเขา  เขาไปเปิดที่เก็บของด้านหน้ารถไปเจอเอาปืน   .357  ของเรา  เขาขอดูทะเบียน  กันบอกว่าปืนมีทะเบียนแต่ลืมเอาใบอนุญาตมา  เขาเลยตั้งขอหาพกพาอาวุธโดยไม่มีใบอนุญาตและพกพาไปในที่สาธารณะ  กันพยายามอธิบายให้เขาฟังว่าตอนนี้เรามีศัตรูเยอะเนื่องจากกำลังสมัครผู้แทนราษฎรที่เชียงใหม่  ถ้าไม่เชื่อเราจึงขอให้เขาวิทยุถามไปยังกองกำกับที่เชียงใหม่เพราะเราสนิทสนมกับผู้กำกับดี  เขาไม่ยอมเขา  เขาบอกว่าคุณจะใหญ่มาจากไหนไม่สำคัญคุณทำผิดกฎหมาย  เอาไว้ไปใหญ่ที่เชียงใหม่  กันอึ้งเลยพูดอะไรไม่ออก  ยศเพียงจ่าเท่านั้น”

                เมื่อข้าพเจ้าฟังเจ้าหวัดพูดจบ  ถามรูปพรรณสัญฐานของตำรวจ และถามว่าได้ดูป้ายชื่อไหมว่าชื่ออะไร

                เจ้าหวัดบอกชื่อคงศักดิ์  รูปพรรณสัญฐานตรงกับพี่จ่าทันที  ข้าพเจ้าสงสัยว่าเจ้าหวัดมันหลุดมานั่งกินข้าวกับข้าพเจ้าได้อย่างไร  เจ้าหวัดมันเริ่มเล่าต่อ............

                “ตอนแรกเราเอานามบัตรให้เขาดู”

                เสร็จแล้วเจ้าหวัดควักนามบัตรให้ข้าพเจ้าดู  ในนามบัตรระบุว่า  “สวัสดิ์  นุพงษ์  บรรทัดลงมา  วท.บ  (เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ)  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ด้านล่างขวาเป็นที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ดูไปแล้วเหมือนนามบัตรทั่วไป  ไม่เห็นมีอะไรแปลกประหลาดเลย  ข้าพเจ้าจึงได้บอกว่ามันก็นามบัตรธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ   เจ้าหวัดมันบอกว่าใบนี้แหละที่ช่วยมันไม่ให้ติดคุก....

                “พอเขาดูนามบัตร  พี่จ่าแกถามเลย  ว่าถ้าคุณจบเกษตร  แถวนี้ผมรู้จักหลายคน  ผมจะไล่สามชื่อคุณไม่รู้จักเตรียมประกันตัว  เอ๊าคนแรก  เทพรักษ์  พรหมสาขา    สกลนคร  เป็นหัวหน้าสวนป่าแม่ลาวที่คุณขับผ่านมา”

                “ไอ้เรานึกตั้งนานตอบไปว่าไม่รู้จัก  พี่แกเล่นถามชื่อจริง  ถ้าบอกว่าเป็นไอ้ตาลฮีโร่รุ่นเราก็จบไปแล้ว  พี่จ่าแกถามต่อไปอีกคุณสงคราม  บรรจงแจ่ม  ชื่อนี้ยิ่งไม่รู้ใหญ่เลยว่ะ  เหลือคำถามสุดท้ายแล้ว  ใจเราชักแป้วแล้ว  คุณทศล่ะรู้จักไหม  เอาละซิ  ไม่บอกชื่อเต็มด้วย  เราเลยถามต่อว่าทศนารถใช่ไหม  รูปร่างเล็ก ๆผิวคล้ำหน่อยเป็นคนสุรินทร์”

                “พี่จ่าเลยถามว่าเป็นอะไรกันคุณทศ  เราเลยบอกว่าเป็นเพื่อนกันรักกันอยู่หอเดียวกันเรียนรุ่นเดียวกันพอกันตอบยังไม่ทันจบประโยคดีพี่จ่าแกยัดปืนใส่มือเราทันที  แล้วกำชับว่าคุณทศ  เป็นหัวหน้า

หน่วย  ชร.9  ขับรถไปถึงแม่สรวยเลี้ยวขวาไปสามกิโลก็ถึงไปเยี่ยมแกหน่อยซิ  แกกำลังเหงาเจอเพื่อนคงดีใจ  ไอ้เราดีใจรีบขับรถมาหานายนี้แหละขอบคุณมากน่ะเพื่อน”

                “ไม่เป็นไรพี่จ่าแกเป็นคนออกจะห่ามๆหน่อยอย่าไปถือสาพี่แกเลย  นายก็รีบกินข้าวค่ำแล้วเดินทางไกล  ไว้ว่างค่อยเจอกัน”

                “เฮ้ยนารถ  ไปเชียงใหม่อย่าลืมโทรหาเรานะ  เต็มที่เพื่อน”

                “เอ้อแล้วจะไปล้มทับท่านว่าที่  สส.”

                เมื่อเจ้าหวัดเดินทางไปแล้วทำให้รำลึกถึงความหลังไม่มีช่วงชีวิตตอนใดจะสุข และสนุกเหมือนเมื่อตอนเป็นนิสิตแล้วไม่มีหากย้อนอดีตได้อยากจะกลับไปเป็นเช่นเดิมอีก  ชีวิต  ใส  ซื่อ  บริสุทธิ์ จริง ๆ...พอเจ้าสวัสดิ์  นุพงษ์  อดีตประธานปกครอง  กลับไปแล้วมันทำให้ข้าพเจ้าพบสัจธรรมว่า..คนโง่เท่านั้นที่จะติดคุก  แต่ยังมีบุคคลต้องลักษณะ  3  ประการ  ที่มีโอกาสจะติดคุกน้อยที่สุดคือ  หนึ่งเป็นคนมีเงิน  สองเป็นคนมีพวก  สามเป็นคนมีการศึกษา.....เมื่อเพื่อนหวัดกลับไปไม่นานได้รับทราบข่าวว่าเพื่อนถึงแก่กรรมแล้ว  โดยฝ่ายตรงข้ามการแข่งขันเลือกตั้งยิงข้างหลังที่หน้าบ้านเสียชีวิตขณะกำลังเปิดประตูบ้านตอนเช้า.....ขอให้เพื่อนเดินทางไปสู่ภพใหม่ด้วยดีนะเพื่อนนะ  เราคิดถึงเพื่อนเสมอ  มันฟื้นลิขิตฟ้า  ท้าบัญชาสวรรค์ไม่ได้จริงๆ  ชีวิตคนเรา...........

 

..............นนทรีกำลังแรกผลิไม้ใบจะสวยงามตา

อยู่ชั่วนาตาปี                         สีไม่มีโรยรา

เขียวขจีสดใส                        ชื่นหัวใจเกษตรทุกครา.............

 

 



Last updated: 2015-03-14 09:23:22


@ ลูกนนทรี
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ลูกนนทรี
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,179

Your IP-Address: 3.236.65.63/ Users: 
1,177