ทำงานให้มองฟ้า เป็นอยู่ให้มองดิน
 
     
 
สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(3)
ผมเรียกประชุมในวันนี้เพราะต้องการจะมาทำความเข้าใจกับพวกเราถ้าจะพูดว่าให้นโยบายมันจะสวยหรูเกินไปเอาไว้ว่า มันเป็นทั้งข้อเสนอและข้อห้าม
 


....……...ตื่นเช้าขึ้นมาออกจะสดชื่นเพราะได้นอนเต็มตาหลังจากสำรวจภายในหน่วยเห็นว่า  น้ำไหล  ไฟสว่างทางดีต่อไปควรต้องหางานทำไม่รอช้าเมื่อแจ้งให้อิทธิฤทธิ์  ทราบว่าจะต้องเข้าเขตไปหาเสบียงมาเพิ่มเติมก่อนแล้ว  ค่อยทำงานทีหลังไอ้หนุ่มเข้าใจดี  ไม่เกิน  2  ชั่วโมง  ได้พาตัวมาโผล่สำนักงานป่าไม้เขตแล้ว  เดินจีบไปตามฝ่ายต่างๆ  ว่าฝ่ายไหนมีค่าใช้สอยหรือเงินหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างก็ได้  ปรากฏว่าไม่มีฝ่ายใดเหลือเงินเลยเข้าไปปรึกษาพี่มานะ  ศรีวงษ์ฯ  ซึ่งเป็นหัวเรียวหัวแรงก่อตั้งสำนักพัฒนาป่าไม้ของป่าไม้เขตอุบลราชธานี  เล่าปัญหา  อุปสรรคให้ฟัง  พี่แกก็ดีใจหายบอกว่าแล้วจะหาเงินให้รอไปอีกอาทิตย์หนึ่ง  มันทำให้ข้าพเจ้าเริ่มมีความหวังและกำลังใจขึ้นมาบ้างแล้ว  ตอนเย็น

ต้องกลับหน่วยมือเปล่าแต่มีความหวังไม่เลวทีเดียวนักในการมาในครั้งนี้  เพราะได้สอบสมาชิกที่หน่วยแล้วปรากฏว่าวิธีหาเงินของหน่วยนั้นง่ายมากขอเพียงแต่อยู่เฉยๆ  เงินมันจะวิ่งมาหาเองตอนแรกข้าพเจ้าก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน  พอได้รับฟังคำอธิบายเลยถึงบางอ้อ  เพราะภารโรงคือลุงโตกแก่เป็นคนซื่อ  บอกว่าถ้าเราไม่จับไม้เขาพ่อค้าไม้จะนำเงินมาให้เอง  ข้าพเจ้าเลยเรียกอิทธิฤทธิ์มาถาม........

                “อิทธิฤทธิ์  ลุงโตกบอกว่าพวกเราดำเนินชีวิตกันโดยการละเว้นใช่หรือไม่”

                “ครับพี่  ในตอนแรกที่ผมมาใหม่ก็ฟิตพอดู  แต่อยู่ๆไปไม่มีใครเอาด้วยอำเภอ  จังหวัด  ตำรวจไม่ร่วมด้วยกำลังของเราน้อยอยู่แล้ว  น้ำมันที่เขตให้มาก็น้อยเติมน้ำมันรถเพื่อไปซื้อน้ำประปาในอำเภอมาไว้ดื่ม  เดือนๆ หนึ่งก็หมดแล้วมีเวลาออกตรวจปราบปรามน้อย  มีพวกรถขนไม้เรือนเก่าผ่านมาหน้าหน่วยของเราวัน ๆ  หลายคัน  พยามยามจะเอาเงินมาให้ผมก็หลายครั้งแล้วแต่ผมไม่รับ  แต่ผมไม่สามารถห้ามพวกลูกน้องได้ทั้งๆ  ที่ผมรู้เพราะไม่รู้พวกเราแอบไปรับเงินกันเมื่อไร  ผมเคยตั้งด่านตรวจหลายครั้งแล้วเรากำลังไม่พอที่จะรื้อค้นไม้ในรถลงแล้วขนขึ้นคืนให้เขา  ผมจนปัญญาจริงๆ ดูไปเหมือนผมละเลย  พี่ทศมาอย่างนี้ผมสบายใจมาก”

พอผมได้ข้อมูลจากหัวหน้าหน่วยแล้วผมเริ่มเรียกประชุมเจ้าหน้าที่พนักงานทุกคน  ตอนนั้นมีผม อิทธิฤทธิ์  สุวิทย์    จิตติกูล  ประไพ  ลุงโตก  และคนงานอีกหนึ่งคน  รวมเบ็ดเสร็จแล้วได้  7  คน  เราใช้ใต้ถุนสำนักงานเป็นที่ประชุม....

                “พวกเราทุกคนที่มานั่งประชุมอยู่    ที่นี้คงจะพอรู้จักผมทุกคนแล้วนะไม่ต้องแนะนำตัว  สำหรับพวกเราผมรู้จักดีทุกคนแล้ว  ผมเรียกประชุมในวันนี้เพราะต้องการจะมาทำความเข้าใจกับพวกเราถ้าจะพูดว่าให้นโยบายมันจะสวยหรูเกินไปเอาไว้ว่ามันเป็นทั้งข้อเสนอ  และข้อห้าม  และข้อขอร้องไปพร้อมๆ  กันก็แล้วกัน  ข้อแรกผมขอแจ้งให้ทราบว่าผมจะปรับปรุงห้องใต้ถุนสำนักงานเป็นที่ทำงาน  โดยจะก่อผนังซีเมนต์บล็อกฉาบเรียบ  มีหน้าต่างโดยรอบมีประตูเข้าและประตูออก  ประตูเข้าอยู่ด้านหน้าประตูออกอยู่ด้านหลัง  สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นผมจะไปขอทางเขตเป็นหน้าที่ของผมเอง  ข้อที่สอง  ผมอยากจะขอร้องพวกเราใครที่พฤติกรรมในการรับเงินรถไม้เรือนเก่าหรือพ่อค้าไม้  ขอให้เลิกเรื่องนี้ผมเอาเรื่องจริงๆ  ข้อที่สาม  ในช่วงแรกนี้เราจะต้องทำงานกันหนักหน่อยไหนจะปรับปรุงสำนักงานไหนจะปราบปราม  ขอร้องทุกคนให้ผลัดเปลี่ยนกันกลับบ้าน  และต้องมาขออนุญาตผมก่อนทุกครั้ง  มีใครจะซักถามหรือมีข้อสงสัยอะไรว่ามาเลย”

                ในที่ประชุมไม่มีใครสงสัย  สอบถามอะไร  แต่ข้าพเจ้าสังเกตเห็นแววตาของบางคนคิดปรามาส

ข้าพเจ้าในใจว่าหัวหน้าจะไปได้กี่น้ำ  ต่อๆ  ไปก็คงเหมือนคนอื่นที่มาเป็นหัวหน้าที่นี้  ทำไมข้าพเจ้าจะดูไม่ออกประสบการณ์ในการอยู่หน่วยอันยาวนานมันได้บรรจุลูกเล่นของลูกน้องไว้เต็มหมดแล้ว  กลับหน่วยคราวนี้เป็นการกลับมาด้วยเขี้ยวเล็บไม่เหมือนตอนบรรจุใหม่ ๆ  ผมคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนผม  ในโลกแห่งความเป็นจริงมันสอนได้ดีกว่าตำรามากมากนัก  งานปราบปรามมีหัวใจอยู่ที่ว่าต้องทำตัวให้ปราศจากมลทิล  และต้องขยันอดทน  รับรองอยู่สบายศัตรูไม่กล้ำกลายเข้าใกล้เด็ดขาดเป็นยันต์ที่ดีที่สุด  จะจำไปใช้ไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์......

                ....เมื่อเสร็จจากการประชุมแล้วพอรุ่งเช้าข้าพเจ้ารีบเข้าไปเขตเพราะนัดพี่มานะ ๆไว้ว่าจะหาเงินให้มาปรับปรุงหน่วยตามที่ได้นัดหมายกันไว้  พอไปถึงก็ตรงไปที่งานจัดการป่าไม้  พี่มานะ ๆ  อยู่พอดี....

“เฮ้ยทศ  นายมาก็ดีแล้วกำลังรออยู่พอดี  เอาไปเงิน  5,000  บาท  บริษัททำไม้เขาช่วยมา”  ข้าพเจ้ารีบยกมือไหว้ขอบคุณแล้วรับเงิน  นึกขอบคุณอยู่ในใจที่พี่ให้ความเมตตาเป็นธุระให้.....................

เมื่อกลับมาถึงหน่วยเรียกนายแก้วคนงาน  ซึ่งมีฝีมือในทางช่างมาอธิบายแปลนอย่างคร่าวๆ  ให้ฟังและสอบถามว่าควรใช้วัสดุอะไรบ้างจำนวนเท่าใด  ได้ข้อมูลแล้วจึงให้ประไพพนักงานขับรถยนต์ไปสั่งของที่อำเภอเป็นปูนซีเมนต์  ซีเมนต์บล็อก  ทราย  และวัสดุอื่นที่จำเป็นในการก่อสร้าง  ตอนเย็นวัสดุต่างก็มาถึง  ขาดเพียงเหล็กเส้นเพราะที่ร้านไม่มีและราคาแพงต่างหากงบเราไม่พอเพราะในตอนแรกข้าพเจ้าคิดจะเทคานคอดินโดยเสริมเหล็กด้วย  แต่เมื่อมันไม่มีไม่เป็นไรจะเข้าจังหวัดก็ไกลและติดที่งบอีกด้วย  คิดในใจได้เท่าไรเอาเท่านั้น..............

                ....…........รุ่งเช้าได้ฤกษ์การก่อสร้างพวกเราระดมพลกันช่วยเป็นคนงานผสมปูนเพราะไม่มีเงินจ้างแรงงาน  ลุงโตกภารโรงก็ขยันขันแข็ง  ขณะที่ผมกำลังคุมการก่อสร้างอยู่นั้น  อิทธิฤทธิ์ได้เดินเข้ามาคุยกับข้าพเจ้า.................

                “พี่ทศว่าเราต่อเติมอาคารไม่ได้รายงานเขตเราจะมีความผิดไหมพี่”  ข้าพเจ้าเริ่มได้คิดว่ามันผิดระเบียบแน่นอนถ้าเอาระเบียบมาจับแต่ถ้าเอาเจตนามาพูดจะอภัยได้จึงตอบขอซักถามไปเพื่อไม่ให้ไอ้น้องไม่สบายใจว่า....เราก่อสร้างชั่วคราวคงจะไม่ผิดระเบียบหรอกถ้าเข้ามาตรวจเราจะทุบทิ้งก็ได้เพราะเราจะไม่พยายามเชื่อมสิ่งต่อเติมเข้ากับอาคารให้เป็นถาวร  และอีกอย่างเราไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินจะว่าใช้เงินผิดประเภทก็ไม่น่าใช้  และอีกอย่างการกระทำของเราไม่ได้ทำให้ทางราชการเสียหาย  แต่ตรงข้ามกลับเป็นประโยชน์เสียอีก  สบายใจได้นะ  ผมรับผิดชอบ”

                การต่อเติมสำนักงานใช้เวลาเร่งรีบเพียงสัปดาห์เดียวเรียบร้อยไป  99  เปอร์เซ็นต์  เหลือเพียงทาสี 

ซึ่งต้องรอให้ปูนแห้งเสียก่อน  งานต่อไปเป็นการจัดแบ่งภายในห้องซึ่งผมได้ให้กั้นห้องด้วยก่ออิฐสูงเพียงเมตรสำหรับห้องข้าพเจ้าจัดที่นั่งของตัวเองด้านทิศใต้ของห้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตก  ด้านซ้ายจัดทำแผนที่โดยใช้ไม้อัดทำกรอบให้ดูเรียบร้อยจัดการปิดด้วยแผนที่ทหาร  1: 50,000  เสร็จแล้วจัดการขีดขอบเขตป่าที่รับผิดชอบด้วยสีเมจิกมีป่าตามมติคณะรัฐมนตรีป่าห้วยสำราญป่าสงวนชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา  เสร็จเรียบร้อยทำให้เรารู้ขอบเขตพื้นที่ที่จะต้องดูแลแล้วจึงจัดโต๊ะนั้งอีก  3  ตัว  ให้พนักงานของเราและโต๊ะพนักงานพิมพ์ดีดอีก  1  ตัว  จัดที่รับแขกอีก  1  ชุด  ก็เรียบร้อยโรงเรียนป่าไม้.....เย็นวันนั้นทุกคนต่างปราบปลื้มในผลงานของตัวจึงจำเป็นต้องจัดงานฉลองร่ำสุรากันตามธรรมเนียม  ถ้าขาดไปเห็นจะไม่สมบูรณ์  วันรุ่งขึ้นต่างสลบไสลไปตาม ๆกัน  สำหรับข้าพเจ้านั้นวันนี้ปวดหัวตึบ  จึงหาอะไรรองท้องแล้วนอนตื่นเอาตอนห้าโมงเช้า  จึงลงไปดูงานของตัวเองลองนั่งคิดอะไรเพลินไปตามประสาของคนที่ผ่านอะไรมาค่อนคนแล้ว  ประวัติศาสตร์มันจะกลับมาทับรอยเดิมของมันอีกช่างรวดเร็วเช่นนี้  คิดว่าไม่มีโอกาสมาจับงานปราบปรามอีกแล้วทั้งที่ตำแหน่งในขณะนั้นเป็นนักวิชาการป่าไม้  6  ไปแล้ว  ผ่านงานปลูกสร้างสวนป่า  และงานอื่นอีกมากมาย  ย้อนมาจนได้

                .....ดังได้กล่าวมาแต่ตนแล้วว่ากรมป่าไม้ได้เดินมาถูกทางแล้วในการบริหารงานในรูปสำนักพัฒนาป่าไม้  เพราะว่าถ้าหัวหน้าคนใดได้บริหารด้วยตนเองอย่างเต็มความสามารถ  จะพบธรรมะดังที่ผมได้พบเพราะเมื่อเราต่อเติมหน่วยเสร็จแล้วทางสำนักงานป่าไม้เขตได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่มาประจำหน่วยป้องกันรักษาป่ากำลังก่อสร้างอยู่อีก  4  นาย  รวมแล้วในสำนักของผมมีหน่วยป้องกันรักษาป่ารวมเป็นสองหน่วย  อัตรากำลังเริ่มเพิ่มขึ้นแล้ว  และยังมีน้องวนศาสตร์มาบรรจุและทางเขตส่งมาสนับสนุนอีก  4  นาย  ทำให้กำลังซึ่งเป็นข้าราชการเพียบแปล้  และอีกทั้งให้มีการจ้างราษฎรพิทักษ์ป่าอีกหน่วยละ  8  นาย  ยิ่งทำให้กำลังของเราโตขึ้นมาก  บางสำนักมีหน่วยป้องกันให้คุมถึง  3  หน่วย และมีสวนป่า  หน่วยต้นน้ำในสังกัดอีก  แต่มีข้อเสียตรงที่ศูนย์งบประมาณฝ่ายในเขตไม่ยอมปล่อยให้หน่วยงานสนามบริหาร  จึงเป็นเหตุหนึ่งของความล้มเหลว  แต่สำหรับผมแล้วไม่มีปัญหาขอให้กำลังคนมากไว้เป็นพอ....................

                “หัวหน้าครับผมฉัตรชัย  ธาราภิบาล  กับน้องอีก  3  คน  คนขาวเล็กนี้ชื่อสุมน  คนขาวสูงเรียกชื่อเล่นจ๊อด  และตัวเล็กผิวคล้ำหน่อยเจ้าตุ๋ย  วุฒิกุล  พวกเราเพิ่งบรรจุใหม่เขตส่งมาให้อยู่กับพี่”

ผมจึงได้ซักความเป็นมาเลยทำให้รู้ว่าน้อง ๆทั้ง  4  คน  จบวนศาสตร์  สำหรับเจ้าฉัตรฯ  เป็นรุ่นพี่ของพี่น้องอีก  3  คน  แต่บรรจุมาพร้อมกัน  ผมเลยให้ไปพักรวมที่ห้องว่างบ้านพักคนงาน  3  ครอบครัวอัดกันเข้าไปทั้งสี่คนเลย  ชิวิตป่าไม้ก็อย่างนี้แหละยามลำบากนั้นหนักหนาสาหัสสากัน  ยามสบายเวลาไปเฉลิมฉลองกันในเมืองใจมักใหญ่กว่าตัว  ภาพพจน์เลยออกมาในทำนองป่าไม้รวยทั้ง ๆที่จริงแล้วเราก็เหมือนข้าราชการหน่วยอื่น ๆ  นั้นเองไม่ได้แตกต่างกันเลย  การบริหารงานของสำนักพัฒนาป่าไม้ถ้าทุกคนที่เป็นหัวหน้าบริหารงานด้วยความขยันขันแข็ง  สำหรับงานปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าทุกกรณีขยันออกตรวจพื้นที่เป็นประจำวันเว้นวัน  และลาดตระเวนในตอนกลางคืนบ้าง  เมื่อจับกุมไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้หรือบุกรุกแผ้วถางป่าเมื่อได้ดำเนินการจับกุมแล้วนำจุดเกิดเหตุมาลงไว้ในแผนที่  1  ต่อ  50,000  จะทำให้เรารู้ว่าสถานที่ใดที่พวกขโมยไม้ชอบจะได้ออกลาดตระเวนถี่ขึ้น  และพื้นที่ใดที่หน่วยราชการหรือเอกชนขอใช้พื้นที่ป่าเรานำข้อมูลมาลงไว้ในแผนที่เตรียมไว้ไม่ว่าจะขอใช้พื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำ  ของกรมชลประทาน  การขอใช้พื้นที่จัดหมู่บ้านป้องกันตนเอง  (ปชด)  ของทหาร  หรืออนุญาตขุดลูกรังของเอกชน  จะทำให้เรามองเห็นพื้นที่ควบคุมจากแผนที่ทำใหการวางแผนป้องกันรักษาป่ามีประสิทธิภาพสูง  ทำให้เรารู้พื้นที่เราแทบทุกตารางนิ้วเลยที่เดียวผมพูดไม่ได้เว่อร์หรือเกินเลยจากความเป็นจริง  ตลอดระยะเวลาที่ข้าพเจ้าอยู่แค่เลี้ยวรถออกจากหน่วย  ม้าเร็วของพวกตัดไม้รีบส่งสัญญานบอกกันเป็นทอด ๆ บางกลุ่มใช้จักรยานยนต์  นำข่าว  บางกลุ่มใช้วิธียิงปืนเป็นทอด  ทำเอาเราต้องเปลี่ยนยุทธวิธีตลอดเวลา  เป็นการเล่นเอาเถิดที่ถ้ารักจะสนุกมันเป็นเกมส์ชนิดหนึ่งท้าทายไม่ใช่เล่น  ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้อิทธิฤทธิ์อยู่ด้วยเพราะไอ้น้องเอาภรรยามาอยู่หน่วยด้วยทำให้เราหมดกังวลในการออกป่า  เราไม่ได้ทิ้งที่ตั้ง……………

งานขั้นแรกของข้าพเจ้าคือทำอย่างไรจะสอนลูกเสือที่เพิ่งคลอดมาใหม่ให้จับเนื้อกินเองได้  พอพวกน้อง    จัดที่นอนเขาที่เข้าทางแล้วข้าพเจ้าเริ่มบทเรียนบทที่หนึ่งคือเรียกมานั่งที่โต๊ะรับแขกหากระดาษดำมาได้  1  แผ่น  วาดรูปคนสองคนกำลังตัดไม้เกือบจะขาดแล้ว  จึงแจกกระดาษให้ทุกคนคนละแผนแล้วสั่งการทันที่ให้เขียนบันทึกจับกุมให้เวลาหนึ่งชั่วโมง  แล้วข้าพเจ้าจะมาตรวจ  เมื่อทุกคนเขียนกันเรียบร้อยแล้วข้าพเจ้ารวบรวมแล้วแบ่งให้อิทธิฤทธิ์  ช่วยตรวจและทำการวิจารณ์ให้น้องๆ  ทุกคนฟังถึงผลงานของตน  บรรดาเจ้าหน้าที่ที่ร่วมเข้าทดสอบในครั้งนี้ด้วยมีหลายคนต่างคนต่างมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นมวยยังไม่ครบเครื่องเพราะสมัยทำงานมีบางคนทำอย่างเดียวคือทำบัญชีไม้บางคนเขียนแต่บันทึกไม่เคยคิดปริมาตรไม้  บางคนรอเซ็นต์ชื่อและยกไม้อย่างเดียว  จึงทำให้เราได้พบความหลากหลายของฝีไม้ลายมือของแต่ละคน  พบจุดด้อย  จุดเด่น  ของแต่ละคนมันเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ดีที่สุด  มันแบบฝึกหัดและข้อมูลที่จะกำหนดยุทธวิธีที่เราจะนำมาใช้ในโอกาสต่อไป  มันเป็นก้าวแรกของการบริหารสำนักพัฒนาป่าไม้  ต่อไปท่านจะได้พบกันสิ่งต่างๆ  จงตามข้าพเจ้ามา……สำนักพัฒนาป่าไม้มันได้เริ่มบทบาทของมันแล้ว……!?


Last updated: 2014-01-27 09:11:53


@ สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(3)
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(3)
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,688

Your IP-Address: 3.236.65.63/ Users: 
1,684