ใครจะทำอะไรได้ดีและมีความสุข ต้องมีฝัน
 
     
 
สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(2)
ปัญหาทุกอย่างมันที่มีทางออกของมันทั้งสิ้นตั้งสติให้ดีเอาไว้ ความเข้มแข็งเท่านั้นจะพามันหลุดจากปัญหาทุกอย่าง ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น
 

                ....พอข้าพเจ้าจอดรถข้างทางสำนักงานซึ่งเป็นแปลนเดียวกับหน่วยปราสาทที่ข้าพเจ้าเคยเป็นหัวหน้ามาก่อน  ทำให้นึกย้อนหลังไปไม่ได้ที่สุดแล้วก็กลับมารักษาป่าที่เหมือนเดิม  พอรถจอดหัวหน้าหน่วย  หัวหน้าหน่วยคือเจ้าอิทธิฤทธิ์ฯ  ได้ลงจากบนบ้านพอพบหน้าก็ยกมือไหว้แล้วเริ่มคำถามทันที.........

                “พี่ทศ  ทำไมรีบมา  คำสั่งเพิ่งออกไม่ใช่หรือครับ”

ไอ้เจ้าอิทธิฤทธิ์  กังขาเริ่มป้อนคำถามทันที....ข้าพเจ้าได้ทีเลยเย้าไอ้น้องเล่น...

                “ต้องรับเดินทางหน่อยเดี่ยวมีคนมาเสียบ  อดได้เป็นหัวหน้า”

“ผมคิดว่าอาทิตย์หน้าพี่จะเดินทางเลยไม่ได้เตรียมห้องไว้ให้พี่ก่อน”

ไอ้หนุ่มรีบออกตัวเกรงว่าข้าพเจ้าจะไม่พอใจ...จึงได้ปลอบใจไปว่า...

“ไม่เป็นไรหรอกเราป่าไม้อยู่ที่ไหนก็ได้  แล้วตอนนี้คุณพักที่ไหนละ”?

“ผมพักบนสำนักงานผมเอาครอบครัวมาอยู่ด้วยแม่บ้านผมไปตลาดยังไม่กลับมาจะได้ให้มาคารวะพี่”

ไอ้หนุ่มรีบอธิบายแนะนำสิ่งต่างในหน่วยให้ข้าพเจ้าฟังอย่างละเอียด..ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า...

“คุณไม่ต้องย้ายไปไหนหรอกอยู่ที่เดิมนั้นแหละ  บ้านหลังเล็กไม่มีคนอยู่ผมจะไปอยู่เองผมตัวคนเดียว

อย่าทำให้ผมต้องมารบกวนคุณ  เคยอยู่ยังไงก็ตามเดิมก็แล้วกัน”

                หลังจากที่ข้าพเจ้าแจ้งให้ทราบ  เห็นแววตาของเจ้าของที่มีแววสดใส..บ้านที่ข้าพเจ้าเข้าพักในสมัยนั้นเป็นบ้านระดับชั้นจัตวามีสองห้องนอน  หนึ่งห้องน้ำ  ใต้ถุนสูงแปลนเดียวกับหน่วยปราสาทไม่ผิดเพี้ยนเลย  เพียงแต่ว่าตอนที่ข้าพเจ้าอยู่หน่วยปราสาทนั้น  พักในห้องที่ไอ้หนุ่มคนปัจจุบันพักเท่านั้น  แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ถือสาในเรื่องนี้  ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มันไม่ได้วัดกันที่ทรัพยศฤงคารเท่านั้น  มันวัดกันที่คุณธรรม  ความดีในตัวของคนๆนั้นต่างหากคิดได้อย่างนี้ใจก็สงบไม่ได้คิดน้อยเนื้อต่ำใจหรือคิดว่าถูกลูบคมแต่อย่างใด  เพราะไอ้น้องมีความจำเป็นมากกว่าคนเราควรจะอนุเคราะห์และเราก็ไม่มีสมบัติอะไรมากนอกจากที่นอน  หมอนมุ้ง  แล้วก็เตียงพับ  และทีวี  ตู้เย็นเล็กอีก  ตัวเท่านั้น  ห้องนั้นก็พอที่จะบรรจุได้อย่างสบายแล้วยังเล็กทำความสะอาดด้วยตัวเองได้อีกด้วย

                .....……...เมื่อขนของขึ้นบ้านเสร็จก็ลงมาสำรวจข้างล่างแล้วอดเวทนากับหน่วยไม่ได้ที่กรมป่าไม้ไม่ได้เคยส่งงบมาให้หน่วยป้องกันรักษาป่าได้ปรับปรุงหน่วยเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใต้บังคับบัญชาเลยปล่อยให้อยู่ตามยถากรรมลืมไปว่า  “กองทัพเดินด้วยท้อง”  อยู่อย่างลำเค็ญแสนเข็นคนที่มีจิตใจมั่นคงย่อมหลงไปในทางผิดได้ถ้าไม่มีจิตที่มั่นคงพอสมควรความจนมาเยือน  ความหิวมาเยี่ยมจำเป็นต้องจับเนื้อกินเอง  เยี่ยงเสือในป่าจะไปโทษลูกน้องตัวเองไม่ถูก  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปที่ใต้สำนักงาน  ซึ่งก็ยังได้ลาดปูนไว้มิใช้เป็นพื้นดินธรรมดา  พบโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่ขาข้างหนึ่งเกจะล้มมิล้มแหล  บนผนังมีบอร์ดไม้อัดสีเขียวฝุ่นจับคลุ้งไปหมดมีแผนที่แนบท้ายกฎกระทรวงแสดงป่าสงวนแห่งชาติ  ติดไว้ให้ดูเป็นป่า  “ฝั่งซ้ายห้วยศาลา”  สอบถามได้ความว่าไม่มีงบอะไรมาเลยและนายก็ไม่เคยมาตรวจหน่วยไม่เคยเห็นความลำบากของลูกน้อง  ข้าพเจ้าเห็นแล้วว่าต้องปรับปรุงเป็นการใหญ่แน่แต่ว่าจะหาเงินจากที่ไหนเท่านั้นเอง  เอาละอยู่ไปก่อนค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกันอย่าใจร้อน  เดินขึ้นไปบนบ้านคนงานสามครอบครัว  ซึ่งมีสามห้องคนงานพนักงานขับรถอยู่  ขึ้นไปเห็นสายยางอยู่เส้นหนึ่ง  ขนาด  8  หุนข้าพเจ้าถามว่า.....

                “ประไพสายยางอะไร”  ประไพเป็นพนักงานขับรถของหน่วยอึกอักตอบแบบกระดากใจ

ประไพบอกว่า  “สายยางส่งน้ำครับหัวหน้า  เวลาเราปั๊มน้ำเราจะรีบดึงสายยางมาเดินน้ำสำรองไว้ในห้องน้ำ  ห้องใครห้องมัน  ต้องชิงสายยางกันเพราะในบ่อน้ำมันไม่พอใช้...”

ข้าพเจ้าพอได้ยินดังนั้นจึงได้ให้อิทธิฤทธิ์ฯ  พาไปดูบ่อน้ำว่าข้าพเจ้าเห็นคิดในใจ  พระเจ้ามันช่างอนาถาจริง  ไม่นึกว่าตนจะมาพบแหล่งวิเศษอะไรเช่นนี้  ห้วงเวลานั้นเป็นหน้าแล้ง  น้ำในบ่อออกสีน้ำนม  มีปั๊มสามนิ้วตั้งไว้ปากบ่อสูบน้ำขึ้นแท็งก์ข้างบนกักเก็บไว้กับแท็งก์ซึ่งสอบถามแล้วว่าใช้ได้แท็งก์เดียวนอกนั้นรั่วหมด  อนิจจา  ถามต่อไปว่าแล้วในหน้าฝนเป็นอย่างไร  ไอ้เจ้าของที่ตอบว่าน้ำเต็มแต่

จะมีสนิมปน  เอาละซิ  ได้อาบ  “น้ำแร่  แช่น้ำนมก็งวดนี้แหละท่านที่รัก”  เมื่อได้ข้อมูลและได้เดินดูปรากฏแก่สายตาแล้วไม่รอช้าเรียกประไพ  พนักงานขับรถให้เข้าไปในตัวอำเภอขุขันธ์ซื้อท่อเอสล่อน  ข้อต่อข้องอกาว  และก๊อกน้ำมาตามจำนวนห้องบ้านสามครอบครัวใช้ก๊อก  3  ตัวบ้านพักของข้าพเจ้าอีกหนึ่งตัว  ไม่ถึงชั่วโมงครึ่งเราได้วัตถุดิบครบถ้วนให้คนงานและบรรดาเจ้าของห้องช่วยกันตัดต่อเป็นที่เรียบร้อยสำหรับบ้านที่ข้าพเจ้าจะพักถามว่าเวลาคนอยู่ใช้น้ำอย่างไร  ได้รับคำตอบว่าตักใส่ถังแล้วหิ้วขึ้นไปเทใส่ตุ่มในห้องน้ำ  สำหรับบ้านหัวหน้านั้นปัจจุบันยังคงหิ้วน้ำขึ้น  ข้าพเจ้าเลยสั่งให้รีบต่อท่อจะได้สะดวกสบายเสียที  อิทธิฤทธิ์  รับปากว่าจะรีบดำเนินการให้เสร็จในวันพรุ่งนี้  และข้าพเจ้าก็ได้ไปตรวจที่ปั๊มน้ำปรากฏว่าชำรุดตรงข้อต่อเพราะสนิทจับจึงได้ให้เงินซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนให้เรียบร้อย  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยไปพอสมควรแล้วข้าพเจ้าเริ่มจัดห้องตัวเอง  เสร็จสิ้นก็เริ่มหาอาหารรองท้อง  ซึ่งวันนี้ไอ้น้องหัวหน้าหน่วยได้ให้ภรรยาทำกับข้าวมาเผื่อโดยให้ยกมาให้ที่บ้าน  เมื่อจัดกับอาหารแล้วก็เริ่มกางมุ้งเพราะได้ปูที่นอนไว้แล้ว  สอดมุ้งไว้ใต้ที่นอนคืนนี้ไม่มีทีวีดูเนื่องจากยังไม่ได้ตั้งเสารับ  จึงจำเป็นเข้านอนแต่หัวค่ำเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว  นี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็ก ๆน้อย ๆเท่านั้น  คิดไปทางร้ายว่าคงเจออีกมากทีเดียวตราบใดที่รับหน้าที่หัวหน้า  ......คืนนี้เป็นคืนข้างแรมข้าพเจ้าเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกมีแต่ความมืด  มองทะลุไปบนท้องฟ้าดวงดาวพราวพร่างไปหมด  อนาคตข้างหน้าจะมืดเช่นนี้ไหมหนอได้แต่รำพึงในใจ  แต่ก็อดปลอบใจตัวเองไม่ได้ว่าอุปสรรคความเข็มแข็งของจิตใจ  ป่าลึกในเชียงรายก็เคยอยู่อย่างโดดเดียวมาแล้วเป็นเวลาถึงสองเดือนจะมาจนใจหรือถอดใจอะไรกับสำนักพัฒนาแห่งนี้  ซึ่งห่างตัวเมืองเพียง  20  กิโลเมตร  เท่านั้น  ปัญหาทุกอย่างมันที่มีทางออกของมันทั้งสิ้นตั้งสติให้ดีเอาไว้  ความเข้มแข็งเท่านั้นจะพามันหลุดจากปัญหาทุกอย่าง  ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น  อีกอย่างการทำงานเช่นนี้ขอให้ท่องไว้  “ปัญญาเปรียบประดุจดังอาวุธ  สุจริตคือเกราะกำบังศาสตร์พ้อง”........


Last updated: 2014-01-18 10:01:54


@ สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(2)
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ สำนักตักศิลาป่าไม้ ตอน องคาพยพ(2)
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
831

Your IP-Address: 44.192.52.167/ Users: 
830