ทำงานให้มองฟ้า เป็นอยู่ให้มองดิน
 
     
 
เกมส์ชิงดำ ตอน 4
พี่ทศครับ ผมตรวจแล้วเป็นไม้ป่าแน่นอน ไม่มีรูปรอยตราของเจ้าพนักงานตีไว้แต่อย่างใด แต่ฝีมือเลื่อยเข้าขั้นมืออาชีพจริงๆ ได้ขนาดทุกท่อนเลย
 

                “วิชาญ  ผมพี่ทศนะ ดึกแล้วเรากลับบ้านกันเถอะ” ข้าพเจ้าแสร้งทำเป็นคนลิ้นไก่สั้น พูดอ้อแอ้ ขาดเป็นห้วงๆ

                “เราไปต่อที่ร้านข้าวต้มก่อนไม่ดีหรือครับพี่ เหล้ายังเหลือต้องหาโซดาเพิ่มจึงจะถูก”

                เสียงที่ลอดออกมาจากลำคอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าหมอหมดสภาพจริงไม่ได้แกล้งแต่อย่างใด  ข้าพเจ้าพยุงร่างอันอ้อนแอ้นออกมาจากบาร์ แล้วพาไปที่รถ เปิดประตูไอ้เจ้าปิกอัพใหม่เอี่ยมแล้ว ให้หมอปิดประตูด้วยตัวเอง ทดลองดูว่าอาการทรงตัวเป็นอย่างไร ก็เห็นว่าสติยังใช้ได้ ดันให้ร่างหมอเข้าไปยังตำแหน่งคนขับ แล้วนั่งพักสักครู่ เอาผ้าเย็นที่ติดมาจากข้างในเช็ดหน้าให้พอเห็นว่าอาการดีขึ้นมากก็เลยอำลา…

                “วิชาญ พี่ว่าวันนี้เอาเท่านี้แหละนะ หวังว่าคงขับรถได้ บ้านพักในเมืองมีใช่ไหม อย่ากลับสำโรงทาบเลยมันอันตราย”

เสี่ยวิชาญผู้รับเหมามือใหม่ บิดกุญแจสตารท์รถออกจากสถานที่ให้ความบันเทิงแก่เราออกไปโดยมีอาการส่ายเล็กน้อย แล้วค่อยเริ่มความเร็วออกจากคลองจักษุของข้าพเจ้าไป…

                …พอถึงบ้านรีบเอารถเข้าไปเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ก็รีบอาบน้ำชำระร่างกาย โดยเฉพาะกลิ่นบุหรี่ซึ่งติดตัวดีนัก เกรงว่าภรรยาจะต้องนอนสูดมลภาวะ พอหัวถึงหมอนพยายามที่จะข่มตาและใจให้หลับ แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จ จิตมันกังขาเสียแล้วว่าวันนี้เสี่ยวิชาญมีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝงไว้เป็นแน่ คงไม่ใช่การกินเพื่อสมานฉันท์ มันมีพฤติกรรมลึกๆ แฝงอยู่  จะต้องมีการกระทำที่ผิดระเบียบและกฎหมายบางอย่างอย่างเป็นแน่  ไม่ได้การแล้ว ตัดสินใจคว้านาฬิกาปลุกมาตั้งเวลาไว้ที่ตีสี่ครึ่ง เผื่อเหนียวไว้เดียวตื่นสายจะเสียการใหญ่ … เจ้าของเวลาตรงหัวเตียงมันทำหน้าที่ของมันตรงจริงๆ ตีสี่ครึ่งตรงแป๊ะ มันครางด้วยเสียงพอที่จะสั่นสะเทือนระบบประสาทใครก็ได้ที่ได้ยินมันต้องสดุ้งโย่งด้วยกันทุกคน  เสียงนี้มันทำให้ภรรยาของข้าพเจ้าต้องตื่นขึ้นมาด้วย ข้าพเจ้าต้องเสียเวลาอธิบายให้ทราบข้อเท็จจริง แล้วภรรยาของข้าพเจ้าก็ไม่ซักอะไรอีกโดยขอเงียบต่ออีกสักพัก เพราะเมื่อคืนต้องตื่นมาเปิดประตูให้แก่ข้าพเจ้า จึงทำให้นอนไม่พอ ข้าพเจ้าดูๆ ไปก็ได้แต่นึกสงสารที่ต้องต้องมาร่วมทุกข์ร่วมสุขทั้งที่น่าจะสุขกว่านี้ ถ้าเราเลือกเรียนในสาขาอื่น… พอปลงได้ก็รีบโดดขึ้นเจ้าสี่ล้อยานคู่ชีพขับออกจากบ้านมุ่งยังอำเภอปราสาทด้วยระยะทาง 29 กิโลเมตร  ถนนว่างไม่ถึง 20 นาที รถก็มาจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านป่าไม้อำเภอ พี่ใจ  ทองสมบัติ เจ้าพนักงานป่าไม้ตรี เช่นเดียวกับข้าพเจ้า ไม่รอช้า วันนี้เกรงใจใครไม่ได้อีกแล้ว รีบปลุกพี่ใจ ป่าไม้อำเภอท้องที่ข้าพเจ้าแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและลับเฉพาะ ขอเข้าไปในบ้าน  เราได้คุยกันอย่างรีบเร่ง แต่ขนาดนั้นก็ยังใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงจึงเสร็จสิ้นทุกถ้อยกระทงความ … ความวิตกกังวลที่มีมาตลอดทั้งคืนเริ่มเลือนหาไปแล้ว เดินออกจากบ้านพี่ใจ ทองสมบัติ ก็หายใจเข้าปอด…เอาละต่อไปนี้จะเป็นอะไรเป็นกัน  เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะไปบ้านพักเจ้าโต้ง ป่าไม้จัตวาหนุ่มไฟแรง แจ้งนัดหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าโต้งเห็นว่าข้าพเจ้าออกจะโซมๆ ไปหน่อย เนื่องมาจากการอดนอนและกังวลหลับไม่สนิท จึงได้ชงกาแฟอย่างเข้มข้นมาให้ล้างคอ บำรุงสมองเสียหนึ่งถ้วย  พอได้เจ้าคาเฟอีน สารกระตุ้นเข้าไป เริ่มเรียกเรี่ยวแรงกลับคืนมา วางถ้วยกาแฟแล้วขอน้ำเย็นมาล้างคอ อีกแก้วใหญ่ ก็บอกเจ้าโต้งว่าพี่ไปก่อนล่วงหน้า อย่าลืมที่นัดหมายไว้…

                …ในตอนนั้น มันเป็นเวลาตีห้าสี่สิบห้านาทีถ้าจำไม่ผิด ฟ้าสางแล้วอาทิตย์อุทัย นกกา ปักษา ทิชาชาติ ต่างเริ่มต้นออกจากรวงรังเพื่อหาเลี้ยงชีพเช่นเดียวกับตัวเรา แต่สัตว์กับคนมันต่างกันที่กรรม สัตว์มันทำงานไปตามสัญชาติญาณของความอยู่รอด  แต่มนุษย์นั้นทำงานด้วยสมอง ซึ่งมันเหนือกว่าสัตว์มากนัก  มนุษย์เต็มไปด้วยกิเลส ต้องการไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นลาภ ยศ สุข และสรรเสริญ  พุทธบัญญัติน่าจะจบเพียง ลาภ ยศ และสุขเท่านั้น แต่ท่านมหาบุรุษ ผู้ค้นพบสัจจะธรรมของชีวิตได้มองเห็นตลอด ว่ามันไม่พอ มนุษย์จำเป็นจะต้องติดสรรเสริญให้อีกหนึ่งข้อ ถึงจะพอ  ท่านอัจฉริยะจริงตถาคตของเรา…มันเป็นจริงเช่นนั้น  อมตะนิรันดร์กาล ข้าพเจ้าเริ่มฟุ้งส้านอีกแล้วรีบเรียกสติกลับคืนมางานรออยู่ข้างหน้า เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปบริเวณก่อสร้างหน่วยป้องกันรักษาป่าอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ถึงที่แล้ว … จอดรถที่หน้าหน่วยห่างจากที่ก่อสร้างประมาณ 40 เมตร แล้วเปิดประตูรถเบาช้าๆ ทำยังกับจะไปย่องเบา เดินช้าๆ เข้าไปที่ก่อสร้างหน่วยก่อน เดินสำรวจคร่าวๆ เพราะตอนนั้นยังไม่สว่างเต็มที่นัก มันสลัวๆ นิด สายตาเริ่มกวาดไปที่ก่อสร้างบ้านพักคนงานสามครอบครัว เห็นอะไรตะคุ้มอยู่สามกองเหมือนกองดิน หรือจอมปลวกมันสูงประมาณเมตรเศษ มีอยู่ด้วยกันสามกอง คิดในใจว่าอาจจะเป็นกองหิน หรือกองทราย แต่มาแอะใจว่างานคอนกรีตมันจบไปแล้วนี้ ใจเริ่มร้อนขึ้นมาที่เคยเชื่อช้ากลับมาเปลี่ยนเป็นเดินเร็วดูแล้วเหมือนแทบวิ่ง เพื่อให้ถึงจุดหมาย ใจมันร้อน … พอถึงที่เกิดเหตุ ทำเอาผงะ ยืนแทบไม่หายใจ เหงื่อไม่รู้มันมาจากไหนทั้งที่เป็นตอนเช้า มันซึมรอบหน้าผากเต็มไปหมด ไอ้ความที่อ่อนต่อโลก ประสบการณ์น้อยนิดทำให้ตื่นตระหนกคิดอะไรไม่ออก สิ่งที่ปรากฏในคลองจักษุทั้งสองข้างมันบอกว่า เงาตะคุ่มที่เห็นอยู่สามกองมีกองหนึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีดำ ใจมันร้อนยิ่งกว่าความเร็วของแสงเสียอีก รีบไป ณ ที่เกิดเหตุกระตุกผ้าใบให้เลิกขึ้น ใจที่ร้อนเป็นไฟกลับลดดีกรีลงอย่างรวดเร็ว แทบปรับตัวไม่ทัน เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันเป็นถุงปูนซีเมนต์ ซึ่งมีปูนบรรจุเต็มทุกกระสอบ…โล่งอกไปทีนึกว่าถูกลองของซะแล้ว เมื่อจิตมันปรับมาอยู่ในภาวะปกติก็ไม่รีบร้อนอะไรอีกแล้ว ค่อยๆ เดินเออละเหยไปดูวัสดุก่อสร้างอีกสองก่องซึ่งอยู่ห่างจากกองแรกไปประมาณ 40 เมตร  สองกองถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบเช่นเดียวกัน แต่กองที่ห่างกันเพียง 3-4 เมตร เท่านั้น แต่ลักษณะของกองวัสดุไม่เหมือนกองแรกตรงที่มีนมีรูปร่างเหลี่ยมมีคม ไม่เหมือนกองแรก  เอาละสังหรณ์เริ่มมาเยือนอีกแล้ว ความกังวลเกิดขึ้นทันทีเท้าที่เดินอย่างสบาย เมื่อสักครู่ บัดนี้มันได้จ้ำเอ้าไปโดยที่สมองยังสั่งการไม่ทันพอไปถึงรีบกระตุกผ้าใบยกขึ้นมาดูเท่านั้นแหละ… ท่านที่รักมันเป็นไม้  เป็นไม้จริงๆ อย่างที่กลัวรีบตรวจดูอาจเป็นไม้จากโรงค้าก็ได้ ความหวังยังมี ปรากฏว่าเป็นไม้ประดู่ที่มันถูกแปรรูปด้วยแรงคน เป็นเสาไม้หน้าแปด ไม้ตง ไม้คาน ไม้พื้นพร้อมเสร็จสรรพ เดาได้ทันทีว่าอีกกองก็คงทำนองเดียวกันไม่รอช้า ร่างมันทะยานไปถึงกองที่สามได้อย่างไรพอเปิดดู พระเจ้าช่วยเป็นไม้อีกเช่นกัน จำนวน ชนิด ขนาด ใกล้เคียงกันรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 2-3 ลูกบาศก์เมตร ในตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก นั่งกุมขมับ พอตั้งสติได้ไม่รอช้าควบไอ้หนูสี่ล้อตรงไปยังบ้านพี่ใจ ป่าไม้อำเภอทันที แต่ก็ไม่วายที่จะแวะแจ้งเจ้าโต้ง เร่งให้พี่ใจอาบน้ำแต่งตัวออกมาที่หน่วยป้องกันรักษาป่า พอมาถึงเจอเจ้าโต้งมารออยู่ก่อนแล้วหมอนี้ไวจริง สมเป็นสายตรวจของจังหวัด…

                “พี่ใจครับ ขอเชิญพี่เดินตรวจดูก่อนนะครับ ผมมึนหมดแล้ว”

                “โต้งโว้ยช่วยพี่ดูหน่อยนะ พี่ขอทำใจหน่อยมึนไปหมดแล้ว”

พอมาถึงที่เกิดเหตุ ข้าพเจ้าไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำอะไรอีกแล้ว มันคิดอะไรไม่ออก ประสบการณ์ในการดำเนินคดีป่าไม้ก็ไม่มี นายให้มาคุมการก่อสร้างหน่วยป้องกันรักษาป่าดันกลับถูกพ่อค้าเอาไม้เถื่อนมาสร้างเสียนี้มันน่าเจ็บใจนัก มิน่าละเมื่อคืนเกือบหลงกลซะแล้วดีแต่เมาดิบเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงเมาหลายวันถึงจะฟื้น พอดีหมอสร้างเสร็จ หนังกับเขาหายหมดไม่มีหลักฐาน….

                “พี่ทศครับ ผมตรวจแล้วเป็นไม้ป่าแน่นอน ไม่มีรูปรอยตราของเจ้าพนักงานตีไว้แต่อย่างใด แต่ฝีมือเลื่อยเข้าขั้นมืออาชีพจริงๆ ได้ขนาดทุกท่อนเลย”

                ข้าพเจ้าต้องคิดหนักอีกแล้ว หน่วยที่เรากำลังก่อสร้างเป็นหน่วยที่มีชื่อบอกชัดๆ อยู่แล้วว่าเป็นหน่วยป้องกันรักษาป่า แต่เมื่อทำการก่อสร้างกลับมีการนำไม้เถื่อนหรือไม้ป่าที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้ในการก่อสร้าง รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้น แสดงว่าผู้รับเหมาไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย หรืออีกนัยหนึ่ง เจ้าหน้าที่ต้องรู้เห็นเป็นใจ พอคิดถึงตรงนี้แล้วทำให้เสียวสันหลัง มันหมายถึงตัวข้าพเจ้าเองที่รู้เห็นเป็นใจคงหนีข้อหานี้ไม่พ้นแน่ เอายังไงดี…สมองมึดตึบไปหมดแม้แต่พี่ใจเรียกก็แทบจะไม่ได้ยิน…

 


Last updated: 2013-11-01 23:02:53


@ เกมส์ชิงดำ ตอน 4
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ เกมส์ชิงดำ ตอน 4
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
857

Your IP-Address: 44.201.94.72/ Users: 
856