.โอ้อกเอ๋ยแสนระกำสาวน้ำปาด
อดศึกษาวนศาสตร์คลาดเคียงพี่
ทั้งตั้งใจไว้มากล้นแต่ต้นปี
น้ำตาปรี่หันเรียนครูอยู่เดียวดาย
.ด้วยพ่อแม่เฝ้าแต่หวงห่วงลูกสาว
คอยโน้มน้าวคราวจากไกลพาใจหาย
อาจตรอมตรมซมเจ็บไข้ไม่สบาย
กลัวภัยร้ายลูกคนเดียวห่อเหี่ยวทรวง
.อีกภายหน้าจะลำเค็ญเป็นป่าไม้
งานแสนยากลำบากไปใจเฝ้าห่วง
ทรัพย์ที่ดินท่านมากมายไปทั้งปวง
กาลเลยล่วงยิ่งรวยล้นท้นทวี
.อย่าลืมคำกล่าวขานวันจากลา
ไหว้พระยาพิชัยฯ*เคียงใกล้พี่
อยู่เมืองกรุงมุ่งจงรักทั้งภักดี
ต่อน้องนี้ไม่มีสนสาวคนใด
.ซื้อเสื้อม่วงของกินใช้ส่งให้มา
ทั้งหยูกยาทาถูนวดแก้ปวดไข้
เห็นพี่ย้ำทำหลายอย่างวิ่งทางไกล
กลมเกลียวไว้หมู่คณะประเพณี
.ยามฝึกงานในป่าอย่าประมาท
เกรงพลั้งพลาดสัตว์ร้ายกล้ำกรายพี่
ไหว้เจ้าเขาเจ้าป่าอย่าลองดี
ด้วยอาจมีอาเพศภัยได้เกิดมา
.เรื่องการเรียนเพียรตั้งใจอย่าให้พลาด
งานลางสาดพี่กลับไปได้พบหน้า
มีสติระวังเมากินเหล้ายา
ติดต่อหาน้องทุกวันหมั่นโทรไลน์
.เอาภาพน้องขึ้นจอโชว์โทรศัพท์
ยามพี่หลับคอยฝันหาหน้าน้องไว้
สาวเจ๊าะแจ๊ะแจ้งให้รู้มีคู่ใจ
สวยสดใสหุ่นเจ๋งนักรวยมากมี
.หลังจบครูครุศาสตร์ราชภัฏ
อยากเร่งรัดได้ร่วมเรียงคู่เคียงพี่
รีบสร้างลูกสอนให้เด่นเป็นคนดี
รักษ์พงพีตามรอยพ่อขอห้าคน
.ครูนิด วนศาสตร์(ชมรมสีเสียดแก่น)
www.lookforest.com
หมายเหตุ *อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์
แรงดลใจ: ผลพวงจากที่เคยเขียนกลอน"ห่วงสาววนศาสตร์" เลยถูกน้องวนศาสตร์กล่าวหาว่าทำให้เสียดุลแก่หนุ่มราชภัฏ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสมัยก่อนหนุ่มวนศาสตร์เคยทำให้หนุ่มคณะอื่น(ทั้งในและนอกรั้วนนทรี) ช้ำใจกันมามากต่อมากแล้ว ไม่รู้ว่าสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง อาจไม่ค่อยมีแล้วก็เป็นไปได้ ด้วยเหตุการณ์กลับตาลปัตรที่นิสิตวนศาสตร์หญิงมากกว่าชายราว 2-3 เท่าตัว ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลย
อันที่จริงแล้วหนุ่มวนศาสตร์ก็เคยสร้างตำนานกับสาวราชภัฏไว้ไม่น้อย เคยเจอกรณีหนึ่งเพราะบังเอิญได้สนทนากับเจ้าตัว ในคราวที่เก็บข้อมูลประเมินการปฏิบัติงานของสถานศึกษาตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่รู้ว่าจบเหตุการณ์แบบมีความสุข(เหมือนหนังไทยสมัยก่อน)หรือไม่ ด้วยไม่มีโอกาสติดตามข่าวคราวต่อมา เพียงแต่ชอบเหลือเกินที่สาวเจ้าอยากเรียนป่าไม้มาก เพียงแต่ทางบ้านไม่สนับสนุนเท่านั้น
ความจริงแล้วไอ้เรื่องหัวใจของหนุ่มๆสาวๆนี่มันไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน เงื่อนไขของแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป บางคนเห็นเคยรักกันหวานชื่นดูดดื่มเหลือเกิน จนบรรดาทั้งมดและผึ้งยังอิจฉา แต่พอไม่นานกลับต้องร้างลา จนน่าจะไม่เผาผีกันไปเลย ก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ ทำให้ต้องปลงไปตามคำพระที่ว่า "กมฺมุนา วตฺตติโลโก" พร้อมทั้งใช้เป็นบทเรียนในการเตือนสติตัวเอง ว่าอย่าไปจริงจังกับชีวิตกันมากนัก

Last updated: 2026-10-14 20:47:36