อาลัยปอ:ปรีนคร ด้วงทอง
.ปอ:ปรีนคร ด้วงทองพาหมองหม่น
อำลาพ้นจำพรากจากโลกนี้
ด้วยวัยผ่านเพียงสี่สิบแปดปี
สูญชีวีมะเร็งร้ายภัยเบียดเบียน
.เกิดอุบลฯคนรำลึกการศึกษา
จึงอุตส่าห์ตั้งใจไม่ผันเปลี่ยน
จบกฎหมายนิติศาสตร์มุ่งมาดเรียน
หมั่นพากเพียรตั๋วทนายสอบได้มา
.นิติกรเก่งชายฝั่งทั้งป่าเลน
ทำงานเน้นยุติธรรมยึดนำหน้า
ด้านป้องกันการส่งเสริมเพิ่มวิชา
เขียนตำรา มสธ.ก่อดีกรี
.เจียมถ่อมตนบนสัมมาคารวะ
สมถะละเอียดงานอันถ้วนถี่
มีน้ำใจใครร่วมงานซึ้งกันดี
ห่วงหน้าที่ถึงล้มป่วยช่วยงานไป
.เสียดายจริงจากไปวัยสั้นนัก
คนตระหนักในคุณค่านำพาไว้
พาครอบครัวร้าวรานโศกศัลย์ใจ
แสนอาลัยในความดีที่สร้างมา
.ส่งวิญญาณของปอถักทอขวัญ
ล่องลอยสู่สรวงสวรรค์สุขหรรษา
เกิดชาติใหม่ได้มารวมร่วมนำพา
พัฒนางานชายฝั่งทั้งป่าเลน
.เพื่อนร่วมงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
(ครูนิด วนศาสตร์ ร้อยคำ 2 พ.ค. 2569)
หมายเหตุ: ขอบคุณข้อมูลประกอบบางส่วนจากคุณสมศักดิ์-เนตรนภิต พริยโยธา คุณรัชศักดิ์ เผ่าวงศา และเพื่อนร่วมงานของ "ปอ"ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอีกหลายท่าน
แรงดลใจ: ได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับ ปอ:ปรีนคร ด้วงทอง มาตั้งแต่ปี 2546 ด้วยเพราะ ปอเป็นคู่เขยของ ผอ.หมง:สมศักดิ์ พิริยโยธา ที่เป็นเพื่อนรุ่นวนศาสตร์ที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ภายหลังจากนั้นยิ่งใกล้ชิดกันมากเพราะได้ทำงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานส่งเสริมชุมชนในการอนุรักษ์ป่าชายเลนในหลายพื้นที่ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แม้เป็นงานใหม่แต่ ปอได้พยายามเรียนรู้จนมีความชำนาญมากขึ้น แต่เนื่องจาก ปอจบทางด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงและผ่านการสอบตั๋วทนาย(ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ) กับทั้งเคยทำงานเป็นทนายความมาก่อน ภายหลังจึงย้ายไปปฏิบัติงานทางด้านป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับพื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลน
ในระยะหลังไม่ค่อยได้พบกับ ปอนัก เพราะต่างคนต่างมีภารกิจในหน้าที่การงานกันมากขึ้น ได้แค่ถามข่าวคราวอยู่เสมอจาก หมงและเพือนๆของปอ ทราบว่ามีความขยันขันแข็งและทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานมากเป็นพิเศษ จึงมีความก้าวหน้าในชีวิตการงานตามลำดับ จนได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งพนักงานราชการทางด้านนิติกรของกรม ทั้งนี้ยังเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการยกร่างกฎหมายของหน่วยงาน โดยต่อมาได้มีการประกาศใช้ คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเคยเชิญให้ร่วมเขียนตำราในเรื่องนี้เพื่อใช้สอนนักศึกษาร่วมกับ ผอ.หมง ผลงานและคุณความดีในหลายด้านของ ปอที่ประจักษ์ จึงได้รับการเสนอชื่อจนได้รับพระราทานเครื่องราชอิสราภรณ์เบญจมาภรณ์ช้างเผือก เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2563
เป็นที่น่าเสียดายว่า ปอเริ่มมีสุขภาพไม่ดีโดยไม่รู้ตัวมาก่อน จนภายหลังเมื่อมีอาการกำเริบจึงเข้ารับการตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ไต เมื่อทำการรักษาแล้วอาการดีขึ้น ซึ่ง ปอก็ยังมุ่งมั่นและทุ่มเทให้การทำงานมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้คำปรึกษาและแนะนำด้านกฎหมายให้แก่บุคลากรและพนักงานของกรมที่เข้ามาปฏิบัติงานใหม่ ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย สมถะ มีสัมมาคารวะและอัธยาศัยดี จึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานมาก อย่างไรก็ตามแม้ ปอได้พยายามรักษามะเร็งที่ลุกลามมากขึ้น แต่ในที่สุดก็ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 สร้างความเศร้าโศกและอาลัยต่อภรรยา ครอบครัวและคนใกล้ชิดทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติมิตรในอุบลราชธานีที่เป็นบ้านเกิด ทั้งนี้ได้กำหนดทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต กรุงเทพฯ ช่วง 30 เม.ย.-2 พ.ค. 2569 แล้วทำพิธีฌาปนกิจศพ 3 พ.ค. 2569 เวลา 14.00 น.

Last updated: 2026-05-03 14:25:14