อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ทำ
 
     
 
มาช่วยวังน้ำเขียวกันเถอะ
แม้ว่าการท่องเที่ยวสู่อำเภอวังน้ำเขียว จะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นจากนักท่องเที่ยวและนักลงทุน แต่หากพิจารณาในระยะยาวแล้ว จะเห็นได้ว่า การท่องเที่ยวดังกล่าวไม่ได้ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน
 

อำเภอวังน้ำเขียว เป็นหนึ่งใน 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งต้นน้ำมูล อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นมรดกโลก และอุทยานแห่งชาติทับลาน จึงมีภูมิประเทศเป็นภูเขา พื้นที่ลอนลาดสวยงาม จึงทำให้นักลงทุนสนใจอย่างยิ่งที่จะมาลงทุนเพื่อทำกิจการรีสอร์ทเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสภาพการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่ธรรมชาติสวยงามแหล่งอื่น ๆ ของประเทศ
อย่างไรก็ดี พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวประมาณ 6.7 แสนไร่นั้น เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และหากพิจารณาแหล่งท่องเที่ยวประเภทรีสอร์ทแล้ว จะมีอยู่ในเขตตำบลวังหมีมากที่สุด (ซึ่งอยู่ในเขตป่าฯ ทั้งหมด) รองลงมาอยู่ในเขตตำบลระเริง และตำบลวังน้ำเขียว สำหรับตำบลอุดมทรัพย์ และตำบลไทยสามัคคี เป็นพื้นที่ค่อนข้างราบ ที่ดินส่วนใหญ่นำมาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตร
จึงเห็นได้ว่า แม้ว่าการท่องเที่ยวสู่อำเภอวังน้ำเขียว จะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นจากนักท่องเที่ยวและนักลงทุน แต่หากพิจารณาในระยะยาวแล้ว จะเห็นได้ว่า การท่องเที่ยวดังกล่าวไม่ได้ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน หรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด อาจกล่าวได้ว่า ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวมุ่งหวังมาสถานที่แห่งนี้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เพลิดเพลินกันธรรมชาติที่สวยงาม โดยอาศัยการโฆษณาว่า “เป็นสวิตซ์แลนด์ของเมืองไทย” มิได้มาเพราะความประทับใจในระบบนิเวศ หรือวิถีชีวิต วัฒนาธรรม ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นเท่าใดนัก ดังนั้น การมาท่องเที่ยวในพื้นที่แห่งนี้จึงมิได้สร้างสรรค์ผลประโยชน์ที่ยั่งยืนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสภาพการณ์ของอำเภอวังน้ำเขียวในปัจจุบัน หากมิได้มีการวางแผนการจัดการภูมิทัศน์ที่เหมาะสมนับตั้งแต่บัดนี้ อาจทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างไร้ทิศทางและยากที่จะควบคุมให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติซึ่งนับว่าเป็นทรัพยากรที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวมายังสถานที่แห่งนี้ได้ สภาพพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารหลายแห่ง กำลังเผชิญกับแรงกดดันของกระแสความต้องการใช้ประโยชน์ อีกทั้งพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกเสื่อมโทรมจากการเกษตรและรัฐได้นำมาจัดสรรให้ในรูปของการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรนั้น กลับถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในความครอบครองของนักธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ที่ดินที่รัฐวางแผนไว้ให้เป็นธรรมชาติเพื่อประโยชน์แก่สังคมโดยรวมหมดโอกาสในการกลับฟื้นคืนมาเป็นพื้นที่สีเขียวได้อีก
ในขณะที่สถานการณ์ในอำเภอวังน้ำเขียว เข้าสู่ยุควิกฤตแห่งความขัดแย้งระหว่างกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติและความต้องการการท่องเที่ยว รัฐจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ มิเช่นนั้น กระแสธุรกิจจะผลักดันให้เกิดการทำลายทรัพยากรป่าไม้และที่ดินต้นน้ำลำธาร ซึ่งเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และในที่สุดจะไม่มีทางอีกเลยที่จะกลับคืนมาสู่ความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ และจะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงติดตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างต้นเแบบการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะทำให้รัฐสามารถกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภูมิทัศน์ในภาพรวม เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นสามารถควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน การพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และเน้นแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และจัดการตลาดการท่องเที่ยวตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวบรวมองค์ความรู้ที่สำคัญมาเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาบุคลากร และเพื่อการพัฒนาต่อยอดให้องค์ความรู้ทันสมัยเพิ่มพูนขึ้น
การวิจัยเพื่อกำหนดต้นแบบการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา นั้น จะก่อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวพื้นที่อื่น ๆ อีกเช่นกัน


Last updated: 2011-07-25 11:07:46


@ มาช่วยวังน้ำเขียวกันเถอะ
 


 
     
เชิญท่านเป็นบุคคลแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ มาช่วยวังน้ำเขียวกันเถอะ
 
     
     
   
     
Untitled Document
 



LFG
www.lookforest.com|บทความ|โปรแกรมคาร์บอนต้นไม้|ฐานข้อมูลชีวภาพ|เครือข่ายฟาร์มป่าไม้|ติดต่อบรรณาธิการ
Powered by: LOOK FOREST GROUP
23/1 ซอยรัชดาภิเษก 64 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
Clicks: 
1,908

Your IP-Address: 44.192.52.167/ Users: 
1,907